February 26, 2024
Motortrivia Team (10150 articles)

Ford ชวนรำลึกประวัติศาสตร์วิทยุในรถกับ Ford Heritage Vault

ประชาสัมพันธ์

●   ฟอร์ดชวนคนรักรถมาร่วมรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของวิทยุในรถยนต์เนื่องในโอกาสวันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ 25 กุมภาพันธ์ของทุกปี กับเรื่องราวความเป็นมาของระบบความบันเทิงบนรถยนต์ในคลังประวัติศาสตร์ออนไลน์ ‘ฟอร์ด เฮอริเทจ วอลต์’ (Ford Heritage Vault)

●   ทราบหรือไม่ว่า ก่อนที่วิทยุจะมาอยู่บนหน้าจอทัชสกรีนของระบบความบันเทิงในรถยนต์ดังเช่นปัจจุบัน เมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว วิทยุบนรถนั้นมีขนาดใหญ่กินพื้นที่เบาะหลังทั้งหมด

นายตำรวจวอลเทอร์ สตริก จากเมืองดีทรอยต์ มลรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ในปี 1921 กับรถตำรวจ Model T ซึ่งมีเสาอากาศขนาดใหญ่ และมีเครื่องรับสัญญาณทางเดียวขนาดใหญ่อยู่ท้ายเบาะหลัง

การแข่งขันในวงการวิทยุ

●   การแข่งขันอันดุเดือดของวงการเครื่องเสียงในรถยนต์เริ่มต้นจากการออกอากาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 1920 ของสถานีวิทยุกระจายเสียง KDKA ทำให้ผู้ฟังรับทราบข่าวสารได้รวดเร็วกว่าการอ่านหนังสือพิมพ์ ทั้งยังทราบข่าวสารขณะเดินทางได้อีกด้วย ต่อมาในปี 1922 ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายจึงเริ่มติดตั้งวิทยุแบบพกพาได้ แต่เป็นวิทยุที่มีขนาดใหญ่เทอะทะ และมีราคาสูงถึง 1 ใน 5 ของราคารถยนต์

รถซีดาน Ford V8 รุ่นปี 1933 นับเป็นรถคันแรกของฟอร์ดที่มีตัวรับสัญญาณ AM ภายในรถ

●   อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี ผู้ผลิตรถยนต์ค้นพบวิธีรับมือกับปัญหาคลื่นวิทยุแทรกแซงการจุดระเบิดในเครื่องยนต์และปัญหาขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่เกินไปได้ มีการพัฒนาเสาอากาศและรวมวิทยุเข้าไปอยู่ในแผงหน้าปัดรถยนต์ได้ อย่างเช่น วิทยุในช่องเก็บของด้านหน้าอันโด่งดังของฟอร์ด

●   และในปี 1933 ผู้ผลิตรถยนต์ 31 ใน 33 รายได้จำหน่ายรถยนต์ที่มีวิทยุและเสาอากาศเป็นทางเลือกเสริมสำหรับผู้ซื้อ ขณะที่ฟอร์ดเริ่มออกแบบวิทยุติดตั้งตามสั่งขายพร้อมกับรถยนต์ผ่านผู้จำหน่าย

ในทศวรรษที่ 1940 การออกแบบวิทยุพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และบางรุ่นก็ถอดแบบมาจากกระจังหน้าของรถฟอร์ด นวัตกรรมในยุคนั้นยังรวมถึงการตั้งคลื่นความถี่ยอดนิยมไว้ล่วงหน้าได้ด้วย

ที่มาของวิทยุบนรถฟอร์ด

●   ในปี 1929 ชาร์ลส์ โธมัส (Charles Thomas) ผู้จัดการห้องปฏิบัติการเสียงของฟอร์ด หรือ Ford Acoustical Laboratory ได้ทดลองติดตั้งวิทยุบนรถ Ford Model A ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากถังน้ำมันที่อยู่ด้านหลังแผงหน้าปัดรถทำให้เขาต้องติดวิทยุใต้พื้นรถ และติดตั้งไม้จูนเสียงขึ้นมาเหมือนกับเกียร์ที่อยู่ระหว่างขาคนขับ ถึงแม้จะเป็นเพียงการทดลองเบื้องต้น แต่ก็เป็นแนวทางให้ฟอร์ดพัฒนารถต้นแบบขึ้นมาได้

รถฟอร์ดรุ่นปี 1955 มีแผงหน้าปัดรถยนต์แบบ ‘Astra-dial’ พร้อมหน้าปัดวิทยุรูปวงกลม รับกับแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศและนาฬิกา

●   วิทยุติดรถเครื่องแรกของฟอร์ดผลิตขึ้นโดยบริษัท Grigsby-Grunow ในปี 1932 หลังจากรถฟอร์ด V8 ในตำนานเปิดตัวไม่นาน โดยวิทยุรุ่น Majestic 111 เป็นวิทยุที่ทำงานด้วยมอเตอร์ มีเครื่องรับวิทยุแบบซูเปอร์เฮทเทอร์โรดายน์ (superheterodyne receiver) แบบ 6 หลอด มีระบบควบคุมเสียงอัตโนมัติ และมีฟีเจอร์ที่ช่วยลดเสียงรบกวนระหว่างเปลี่ยนคลื่นวิทยุ

Ford Falcon รุ่นปี 1964 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบวิทยุที่คงรูปแบบต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ และปี 1964 ฟอร์ดยังได้เปิดตัววิทยุที่มีเครื่องเล่นเทป 8 แทร็คแบบควอดราโซนิก (quadrasonic) ที่ใช้บนรถฟอร์ดรุ่นยอดนิยมที่เปิดตัวในปี 1966 อย่างFord Mustang Thunderbird และ Lincoln รุ่นปี 1966

●   ในปี 1934 ฟอร์ดติดตั้งวิทยุขนาดกะทัดรัดจาก Philco และได้ร่วมกันพัฒนาเครื่องรับสัญญาณที่ออกแบบให้ติดตั้งบริเวณกลางแผงหน้าปัดรถยนต์แทนที่เขี่ยบุหรี่

เครื่องเล่นเทป 8 แทร็ค นับเป็นที่นิยมแพร่หลายในทศวรรษที่ 1970 ในขณะที่คลื่น FM เริ่มเข้ามาแทนที่ AM

●   ความต้องการวิทยุบนรถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 1932 ฟอร์ดได้ติดตั้งวิทยุบนรถที่จำหน่ายในอเมริกาไปกว่า 25,000 เครื่อง และเพิ่มเป็นกว่า 200,000 เครื่องในปี 1935 ความนิยมของวิทยุในรถยนต์แพร่หลายอย่างรวดเร็ว โดยฟอร์ดนับเป็นผู้นำทั้งด้านการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีวิทยุบนรถยนต์

ในปี 1982 การเปิดตัว SONY Walkman® ทำให้เครื่องเล่นคาสเซ็ทเทป เข้ามาแทนที่เทป 8 แทร็ค

ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง

●   การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเครื่องรับสัญญาณวิทยุเกิดขึ้นในทศวรรษที่ 1950 นับจากการเริ่มติดตั้งวิทยุบนรถในทศวรรษที่ 1930 โดยพัฒนาขึ้นอย่างจริงจังและรวดเร็ว ตั้งแต่การใช้หลอดแก้วขนาดเล็ก ไปจนถึงระบบ 12 โวลต์ การนำทรานซิสเตอร์มาใช้เป็นแอมปลิไฟเออร์ จนถึงการใช้วงจรแบบผสม การนำวงจรพิมพ์มาใช้ และเปลี่ยนเป็นวิทยุทรานซิสเตอร์ในท้ายที่สุด

ฟอร์ดเป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำเทคโนโลยีแผ่นซีดีมาใช้ โดยเปิดตัวรถคันแรกที่ติดตั้งเครื่องเล่นซีดีจากโรงงาน คือ Lincoln Town Car รุ่นปี 1987 ซึ่งฟอร์ดได้พัฒนาเครื่องเล่นซีดีที่มาพร้อมลำโพง 140 วัตต์ 12 ตัว ที่ให้คุณภาพเสียงราวกับอยู่ในคอนเสิร์ต ภายใต้ความร่วมมือ 2 ปีกับ JBL

●   ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 ถึง 1970 วิทยุได้มีวิวัฒนาการขึ้นอีกครั้งด้วยการเพิ่มตัวเลือกเครื่องรับสัญญาณวิทยุแบบ AM/FM พร้อมเครื่องเล่นเทป และระบบค้นหาช่องสัญญาณ AM/FM และในปีพ.ศ. 2516 มีเครื่องเล่นสเตอริโอเทปเพิ่มเข้ามา ตามด้วยวิทยุ AM/FM สเตอริโอที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกับเครื่องเล่นเทป 8 แทร็กแบบควอดราโซนิก (quadrasonic) ในปี 1979

ฟอร์ดเปิดตัวระบบความบันเทิง SYNC รุ่นแรกในปี 2007 ที่สามารถรับได้ทั้งคลื่นสัญญาณ AM/FM และยังเชื่อมต่อและควบคุมโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องเล่นผ่าน USB ได้

●   จากนั้นเป็นต้นมา ระบบเครื่องเสียงบนรถก็มีส่วนประกอบอื่นๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ท เครื่องเล่นซีดี ช่องต่อ MP3 และระบบสตรีมมิ่งแบบไร้สายอันเป็นที่ฮือฮา อย่างไรก็ตาม วิทยุ AM/FM ยังไม่หายไปไหน ฟอร์ดจึงได้รวบรวมข้อมูล และรูปภาพเกี่ยวกับความเป็นมาของวิทยุบนรถฟอร์ดมาให้ได้ชมกัน

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ fordheritagevault.com หรือดูรายละเอียดรถรุ่นต่างๆ ของ ฟอร์ด ประเทศไทย ที่ www.ford.co.th

ปัจจุบัน เครื่องเสียงในรถฟอร์ดมาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์ SYNC ซึ่งเป็นระบบข้อมูลและความบันเทิงที่มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง

เกี่ยวกับฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี

●   ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (NYSE: F) เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพันธกิจที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนเดินทางออกไปทำตามความฝันได้อย่างเสรี นโยบายฟอร์ด พลัส ของบริษัทมุ่งผลักดันการเติบโตและเพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคด้วยการผนวกจุดแข็งที่มีอยู่เดิม และศักยภาพใหม่ ๆ ของบริษัท เข้ากับการสานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาประสบการณ์ให้ลูกค้ามีความผูกพันกับ แบรนด์ยิ่งขึ้น ฟอร์ดพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์สำหรับทุกคน ทั้งรถกระบะ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ รถตู้ และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลภายใต้แบรนด์ฟอร์ด และรถยนต์หรูภายใต้แบรนด์ลินคอล์น ไปจนถึงนวัตกรรมการบริการหลังการขายที่ล้ำสมัย บริษัทดำเนินงานผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ประกอบด้วย ฟอร์ด บลู ที่พัฒนารถยนต์ไฮบริดและรถยนต์สันดาปที่มีเอกลักษณ์ ฟอร์ด โมเดล อี ที่คิดค้นอีกขั้นของรถยนต์ไฟฟ้า อัดแน่นด้วยซอฟต์แวร์ที่สร้างนิยามใหม่ให้กับประสบการณ์อันเหนือชั้นด้านดิจิทัลสำหรับผู้บริโภค และฟอร์ด โปร ที่ช่วยลูกค้ารถยนต์เพื่อการพาณิชย์เดินหน้าและขยายธุรกิจด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย นอกจากนี้ฟอร์ดยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจรถยนต์อื่นๆ ผ่านฟอร์ด เน็กซ์ อีกทั้งยังให้บริการด้านการเงินผ่านบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ เครดิต โดยปัจจุบัน ฟอร์ดมีพนักงานประมาณ 177,000 คนทั่วโลก        ●