February 8, 2024
Motortrivia Team (10419 articles)

2024 Toyota Corolla Cross ปรับโฉม เปิดตัวในประเทศไทย

วีดิโอ : นาธัส แสงสุริยะ • ภาพ : จันทนา เจริญทวี

●   โตโยต้า ประเทศไทย เปิดตัวครอสโอเวอร์ SUV ขนาดซับคอมแพคท์ Toyota Corolla Cross รุ่นปรับโฉม MY2024 การปรับภาพลักษณ์มีให้เห็นกันชัดเจนทั้งภายนอกและภายใน อุปกรณ์มาตรฐานอัพเกรดใหม่หลายรายการ และมีการปรับลดรุ่นย่อยลงจาก 5 รุ่นเหลือ 4 รุ่น ราคาจำหน่ายรุ่นพื้นฐานพลังเบนซินเริ่มต้นที่ 9.99 แสนบาท ส่วนรุ่นพลังไฮบริดเริ่มต้นที่ 1.094 ล้านบาท

●   เบื้องต้นรุ่นย่อยใหม่ของ Corolla Cross จะประกอบด้วยรุ่นพื้นฐานพลังเบนซิน 1.8 Sport Plus ต่อด้วยรุ่นไฮบริด 3 รุ่น HEV Premium, HEV Premium Luxury และรุ่นท๊อปที่มาพร้อมแพคเกจตกแต่งแบบสปอร์ต HEV GR Sport

●   รุ่นปรับโฉมใหม่นั้น ทุกรุ่นย่อยมากับชุดไฟหน้าใหม่แบบ LED Crystal Light Headlamp พร้อมไฟ LED วิ่งกลางวัน และไฟเลี้ยวแบบซีเควนเชียล, กระจังใหม่ทรงรังผึ้ง ออกแบบให้ดูคล้ายรถไฟฟ้า ช่วยให้ดูทันยุคสมัยยิ่งขึ้น, ด้านล่างตราสัญลักษณ์ Toyota มีกล้อง 360 องศา, กันชนหน้าชิ้นล่างแบบเดิม ทว่าจะเพิ่มเซ็นเซอร์กะระยะ 4 จุดใน 2 รุ่นย่อยตัวบน, ไฟท้ายใหม่แบบ LED Light Guiding และกันชนหลังทรงเดิมพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะ 4 จุด

●   ด้านข้างของรุ่นไฮบริด ติดตั้งตราสัญลักษณ์ HEV แบบใหม่, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวมีกล้องติดตั้งด้านล่างทั้ง 2 ฝั่ง, รอบคันมีชิ้นงานพลาสติกตกแต่งในสไตล์รถลุย, หลังคาเปลี่ยนจากมูนรูฟไฟฟ้าเฉพาะด้านหน้ามาเป็นพาโนรามิคซันรูฟแบบไร้กรอบ พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า] ล้อลายใหม่สีทูโทน จับคู่ยางไซส์เดิม 225/50/18 และสีใหม่ Cement Gray Metallic

●   ไฮไลท์ในห้องโดยสารมี มาตรวัดฟูลดิจิทัลแบบใหม่ขนาด 12.3 นิ้ว เลือกปรับการแสดงผลได้หลายแบบ, จอทัชสกรีนสำหรับแสดงผลระบบอินโฟเนเมนท์ขยายขนาดจาก 9 นิ้วเป็น 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายทั้ง Andriod Auto และ Apple Carplay พร้อมถาดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และยังเพิ่มระบบใหม่ Panoramic View Monitor สำหรับช่วยมองภาพ 360 องศา, เพิ่มสวิทช์เบรคมือไฟฟ้า และสวิทช์ Auto Brake Hold ที่ส่วนท้ายของคอนโซลเกียร์ด้วย, ผู้โดยสารด้านหลังมีพอร์ท USB Type-C เพิ่มมาให้ 2 ช่อง และไฟส่องสว่างในห้องโดยสารทั้งด้านหน้า/หลัง เปลี่ยนเป็นแบบ LED

●   ทั้งนี้ กล้องบันทึกภาพทั้งหน้าและหลัง จะมีมาให้จากโรงงานเฉพาะรุ่น HEV Premium Luxury และรุ่น HEV GR Sport

●   ชุดระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense มีระบบ Pre-Collision System ช่วยดูแลความปลอดภัยก่อนการชน, ระบบ Lane Departure Alert with Steering Assist ช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมฟังก์ชั่นหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ, ระบบ Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่นช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน, ระบบ Blind Spot Monitor ช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง, ระบบ Rear Cross Traffic Alert ช่วยเตือนขณะถอย, ระบบ Automatic High Beams ควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ, กล้องรอบทิศทาง Panoramic View Monitor และถุงลมนิรภัย SRS 7 ตำแหน่ง

●   พละกำลังไม่เปลี่ยนแปลง รุ่นพื้นฐานใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส 2ZR-FBE แบบ 4 สูบ ความจุ 1.8 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 140 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 18.05 กก.-ม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 150 กรัม/กม.

●   รุ่นไฮบริดใช้ชุดระบบไฮบริดเจนเนอเรชัน 4 เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE กำลังสูงสุด 98 แรงม้า จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัทท์ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock ขับเคลื่อนล้อหน้า แบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 98 กรัม/กม. โหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport หรือ Eco

Corolla Cross HEV GR Sport

●   สำหรับรุ่นท๊อป Toyota Corolla Cross HEV GR Sport จะมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์มาตรฐานหลักๆ เช่นเดียวกับกับรุ่นอื่นๆ จุดที่แตกต่างคือแพคเกจการตกแต่งแบบสปอร์ตรอบคันในสไตล์รถ SUV ซึ่งมีบางจุดยังคงรูปแบบเดิม เช่น ล้อลายเดิม, ชุดแต่งซุ้มล้อ และเสกิร์ทข้าง เป็นต้น รุ่นที่จัดแสดงใช้สีภายนอก Red Mica Metallic จับคู่กับหลังคาสีดำ ให้ความรู้สึกสปอร์ตและปราดเปรียวทันทีที่แรกเห็น

●   ห้องโดยสารตกแต่งแบบเฉพาะตัวด้วยสีดำล้วน สลับกับวัสดุตกแต่งสีดำเงา, มาตรวัดใหม่ใช้กราฟฟิคเฉพาะรุ่นที่ดูทันสมัยขึ้นกว่าเดิม, พวงมาลัยหุ้มหนัง ตกแต่งด้วยสีดำเงา, เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตหุ้มหนัง ตกแต่งด้วยการแซมด้วยเส้นสีขาวตรงกลางหนักพิง เดินด้ายสีขาว ทั้งเบาะหน้าและหลัง ปิดท้ายด้วยตราสัญลักษณ์ GR Sport ตามจุดต่างๆ

มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

●   มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงภาพรวมในการดำเนินธุรกิจของโตโยต้าในปีที่ผ่านมา พร้อมแนะนำแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้ว่า “ในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยต้องเผชิญความยากลำบากและการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยลดลง 9% โดยเฉพาะเซกเมนต์รถกระบะที่ลดลงถึง 32% ในขณะที่ค่ายผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีนได้เข้าสู่ตลาด และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 5% ถึง 11% ซึ่งภายใต้ส่วนแบ่งตลาดดังกล่าว สัดส่วนการขายของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เติบโตขึ้นจาก 1% เป็น 10% อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว โตโยต้ายังคงมีรถหลายรุ่น ได้แก่ คัมรี ฟอร์จูนเนอร์ เวลอซ และไฮเอซ ที่เป็นผู้นำในเซกเมนต์ต่างๆ นอกจากนั้น ยาริสและเอทีฟก็สามารถครองตำแหน่งยอดขายอันดับหนึ่งในเซกเมนต์อีโคคาร์ด้วยส่วนแบ่งตลาด 45% สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา สำหรับเซกเมนต์รถเอนกประสงค์ SUV โตโยต้ากลับมาครองยอดขายสูงสุดในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาหลังจากการแนะนำยาริส ครอส รวมถึง รถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 40% เป็นสัดส่วนที่สูงสุดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของโตโยต้าอยู่ที่ 34.3% สูงที่สุดนับตั้งแต่พ.ศ. 2558 และสูงกว่า พ.ศ. 2565 ที่ 0.3% ซึ่งเราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ได้ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของโตโยต้าเป็นอย่างดีเสมอมา”

●   “ทั้งนี้เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยโตโยต้ายังคงมุ่งเดินหน้าตามกลยุทธ์ในการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง หรือ “Multiple Pathway” โดยพิจารณาจากปัจจัยทั้งความหลากหลายของลูกค้า การใช้งาน ข้อจำกัดในแต่ละภูมิประเทศ อาทิ โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน สภาพถนน ข้อจำกัดทางด้านพลังงาน เป็นต้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง โตโยต้ามีความต้องการที่จะมุ่งเติมเต็มชีวิตของผู้คน และนำมาซึ่งรอยยิ้มของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น เราจึงเลือกกลยุทธ์ Multiple Pathway ตามปรัชญา “Mobility for All” โดยที่จะ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” (No One leaves behind)”

●   “โดยในปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV ในประเทศไทยได้เติบโตแบบก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ไฮบริด (HEV) ก็เติบโตขึ้น และยังกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของลูกค้าชาวไทย สำหรับประเภทรถยนต์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า ด้วยเหตุผลที่สามารถใช้งานได้จริงอย่างเหมาะสม ลูกค้ามีความอุ่นใจขณะใช้งาน และมีค่าบำรุงรักษาต่ำ รวมไปถึงมีมูลค่าในการขายต่อที่ดี โดยในปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดของรถไฮบริด อยู่ที่มากกว่า 12% และในไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 17%”

●   “อีกหนึ่งกระแสสำคัญในประเทศไทย คือ ความนิยมในรถยนต์ประเภท SUV โดยในปีที่แล้วนั้น ส่วนแบ่งตลาดของ SUV เพิ่มขึ้นที่ 38% แม้ว่าตลาดรถยนต์รวมจะหดตัวลง 9% ทั้งนี้เนื่องมาจากประโยชน์ใช้สอยของรถ SUV เอง ที่สามารถตอบสนองรูปแบบการใช้งานอันหลากหลาย ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันในรูปแบบคนเมือง จนถึงการออกไปใช้ชีวิตแบบผจญภัยในช่วงวันหยุด ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เพื่อความสำเร็จในประเทศไทยต่อไป และนำรอยยิ้มของลูกค้าชาวไทยมาให้มากขึ้น และนี่คือการเปิดตัวรอบ World Premiere ของ Corolla Cross ใหม่ ที่ได้รับการอัพเกรด เพื่อมอบความพรีเมี่ยม เหนือระดับ ด้วยการออกแบบภายนอกที่ล้ำสมัยและได้มาตรฐานของสเปกที่ต้องการ ซึ่งผมหวังอย่างยิ่งว่า โคโรลล่า ครอส ใหม่ จะได้รับการยอมรับจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดี เหมือนดังเช่นเคย”

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

●   นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และจุดเด่นของโคโรลล่า ครอสใหม่ ว่า “โคโรลล่า ครอส รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2567 มีการปรับเปลี่ยนยกระดับดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน ปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และในขณะเดียวกัน ก็ยังรักษาจุดเด่นของตัวรถด้านประสิทธิภาพการขับขี่ และความประหยัดน้ำมันเอาไว้ เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าครอบครัวคนรุ่นใหม่”

●   “ดีไซน์ภายนอก มีการปรับภายใต้คอนเซปต์ Urban x Premium ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ใช้งานในเมือง ด้วยไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ดีไซน์ใหม่ แบบ LED Crystalized Headlamp มาพร้อมไฟเลี้ยวด้านหน้า LED แบบ Sequential ดูหรูหรา ล้ำสมัย และให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ กันชนหน้า และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Multi-dimensional ที่ทำให้ตัวรถดูกว้าง ทันสมัย และทรงพลัง ล้ออัลลอยสีทูโทน ดีไซน์ใหม่”

●   “ภายในปรับเปลี่ยนให้มีความพรีเมียมยิ่งขึ้น ด้วยสีภายในแบบทูโทน มีทั้งหมด 2 สี คือสีดำ และสีใหม่ สี Dark Rose ให้ความรู้สึกหรูหรา เหนือระดับ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง Frameless Panoramic Roof ขนาดใหญ่ พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ พร้อมเบรกมือไฟฟ้า EPB มาตรวัดแบบ Full Digital พร้อมจอแสดงผลข้อมูลขับขี่ ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ปรับการแสดงผลได้หลากหลาย หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว แบบ HD รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และอุปกรณ์ ชาร์จไฟแบบไร้สาย”

●   “ด้านความปลอดภัย รุ่น HEV ทุกรุ่นติดตั้งระบบ Toyota Safety Sense ที่มาพร้อมกับ Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-speed พร้อม Stop & Go ลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่ง และเร่งกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้ เมื่อคันหน้าเคลื่อนตัว กล้องมองรอบคัน PVM ให้ภาพที่เคลียร์ชัด ที่มากับระบบ PKSB ช่วยเตือนขณะจอดรถ พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ ทำให้การจอดรถในทุกทิศทาง 360 องศา ทำได้ง่าย และปลอดภัย ติดตั้งระบบเตือนมุมอับสายตา BSM และช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA ให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย”

●   “ด้านสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร และ เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร มีพละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งาน พร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม.ลิตร และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 98 กรัม/กิโลเมตร ในรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด โครงสร้างตัวถัง และช่วงล่างถูกพัฒนาขึ้นมาบนพื้นฐานตัวถัง TNGA ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล และมั่นใจ”

●   “ในรุ่นใหม่ มีรุ่นย่อยให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย และมีสีภายนอกทั้งหมด 5 สี พร้อมกับสีใหม่อย่าง Cement Gray Metallic ที่หรูหรา และทันสมัย ด้วยการปรับปรุงในครั้งนี้ เรามั่นใจว่า Corolla Cross จะสามารถตอบโจทย์ และพร้อมพาลูกค้าทุกท่าน ออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ อีกครั้ง”

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

●   นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงแผนการตลาดว่า “ในปีที่ผ่านมา เราได้มีการแนะนำ YARIS CROSS ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่มีความเต็มที่ในทุกด้าน และในปีนี้ เพื่อให้ Corolla Cross เป็นยนตรกรรมที่สามารถตอบรูปแบบการใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งเป็น “ผู้บริหาร และครอบครัวรุ่นใหม่” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ Corolla Cross ใหม่ จึงได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิม ให้ผลิตภัณฑ์สมบูรณ์แบบมากขึ้นในหลายๆ ด้าน”

●   “Corolla Cross ใหม่ จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริหาร และครอบครัวรุ่นใหม่ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยคอนเซปท์ “Complete your life ตอบ…ทุกความหมายชีวิต” โดยเรามีพรีเซนเตอร์ครอบครัว รุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ของกลุ่มลูกค้า Corolla Cross ที่ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ กับครอบครัว”

●   “เราวางเป้าหมายการขายของ Corolla Cross ใหม่ ไว้ที่ 1,500 คันต่อเดือน และจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป”

ราคาจำหน่าย

●   สำหรับราคาจำหน่าย Corolla Cross ใหม่ โตโยต้ายังคงจำหน่ายในราคาเดิม รุ่น HEV Premium Luxury, HEV Premium และ 1.8 Sport Plus เลือกสีภายนอกได้ระหว่าง เทา Celestite Gray Metallic, ขาว Platinum White Pearl, เงิน Metal Stream Metallic, ดำ Attitude Black Mica หรือสีใหม่ เทา Cement Gray Metallic

●   รุ่น HEV GR Sport เลือกสีได้ระหว่าง ขาว Platinum White Pearl พร้อมหลังคาดำ, แดง Red Mica Metallic พร้อมหลังคาดำ หรือดำ Attitude Black Mica

●   ส่วนสีภายในห้องโดยสารมีสีใหม่ Dark Rose เฉพาะรุ่น HEV Premium Luxury, HEV Premium ที่เลือกสีภายนอก Platinum White Pearl, Celestite Gray Metallic หรือสี Attitude Black Mica… ในขณะที่สีดำจะเป็นสีเฉพาะรุ่น HEV Premium Luxury, HEV Premium ที่เลือกสีภายนอก Cement Gray Metallic และ สี Metal Stream Metallic และรุ่น 1.8 Sport Plus

  • 1.8 Sport Plus ราคา 999,000 บาท
  • HEV Premium ราคา 1,094,000 บาท
  • HEV Premium Luxury ราคา 1,204,000 บาท
  • HEV GR Sport ราคา 1,254,000 บาท

●   ใครสนใจ Corolla Cross ใหม่ สามารถไปชมคันจริงได้ที่ CentralWorld ชั้น 1 โซน Eden ระหว่างวันที่ 9 – 11 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ และยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษกับโตโยต้า พร้อมรับข้อเสนอพิเศษในช่วงเปิดตัวได้ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 16 – 18 กุมภาพันธ์ 2567 โดยผู้ที่ขอทดลองขับจะได้รับของที่ระลึกเป็นกระเป๋าอเนกประสงค์ (จำนวนจำกัด)

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่เว็บไซท์ : www.toyota.co.th หรือเฟซบุ๊ค แฟนเพจ : facebook.com/toyotamotor.th หรือแอด LINE Official ID : @toyotathailand หรืออี-เมล : [email protected] หรือติดต่อโดยตรงที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า เบอร์โทรศัพท์ 1486 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ●

Grand Opening : 2024 Toyota Corolla Cross