2018 Dodge Challenger SRT Demon การกลับมาของปิศาจยุค 70s
April 11, 2017
Motortrivia Team (5395 articles)

2018 Dodge Challenger SRT Demon การกลับมาของปิศาจยุค 70s


Posted by : AREA 54

 

●   ดอดจ์เตรียมเปิดตัวมัสเซิลคาร์รุ่นพิเศษที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ไครสเลอร์ (หรือเฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิลส์ ในปัจจุบัน) เคยมีมาในสารบบการผลิตรถ ใช้ชื่อว่า Dodge Challenger SRT Demon การเปิดตัวเป็นทางการจะมีขึ้นในงาน 2017 New York Auto Show. ระหว่างวันที่ 14 – 23 เมษายนนี้

●   แม้จะยังไม่มีตัวเลขพละกำลังกำลังที่แน่ชัด ณ เวลานี้ แต่นอนว่า Challenger SRT Demon รุ่นปี 2018 จะเป็นรถถนนแบบพร้อมลงแทร็ค Drag ที่แรงกว่า Challenger SRT Hellcat 707 แรงม้า หรือ Charger SRT Hellcat 707 แรงม้า ที่วางเครื่องยนต์รหัส “Hellcat” หรือเครื่อง V8 HEMI 6.2 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ บล็อคเดียวกัน

●   ย้อนไปในช่วงต้นปี 2017 ที่ผ่านมา ดอดจ์ประกาศว่าจะผลิต Challenger รุ่นปี 2018 เวอร์พิเศษที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ มีการติดตั้งยางสลิครุ่นพิเศษสำหรับวิ่ง Drag ในเกรดที่ใช้งานบนถนนหลวงได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ทว่ามันจะไม่ใช่รถสำหรับคนทั่วไปที่แค่ “รักความแรง” แต่จะเป็นรถสำหรับกลุ่มแฟนๆ หรือนักขับที่เป็นกลุ่มย่อย (Subculture) ซึ่งรักความแรงในแบบที่ฮาร์ดคอร์มากกว่าปกติ โดยมีการนำชื่อรุ่นย่อย “Demon” กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ดอดจ์เคยเปิดตัว Dodge Dart เวอร์ชั่นสปอร์ตในชื่อ Dodge Demon เป็นครั้งแรกในปี 1971

●   เทียบกับ Challenger รุ่นพื้นฐาน Challenger SRT Demon มีน้ำหนักที่ลดลงราว 91 กก. ห้องโดยสารแบบเป็นที่นั่งเดี่ยว อุปกรณ์มาตรฐานมีให้เท่าที่จำเป็นต้องใช้ ไม่มีเบาะผู้โดยสารทั้งหน้า-หลัง ชุดเครื่องเสียงใช้ลำโพงแค่ 2 จุด ระบบอินโฟเทนเมนท์ยังมีให้ใช้งาน โดยระบบ Uconnect จะทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 8.4 นิ้ว และมีจอบอกข้อมูลแบบ TFT ขนาด 7 นิ้วหลังวงพวงมาลัย

●   ชุดไวด์บอดี้คิทครอบล้ออัลลอยขนาด 18 x 11 นิ้วพร้อมยางเรเดียลเกรด Drag Race ออกแบบ ผลิต และใช้เนื้อยางสูตรใหม่ที่พัฒนามาเพื่อติดตั้งในรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ ซึ่ง Nitto ได้ผลิตยางหน้ากว้าง 315/40 รุ่นเฉพาะกิจ Nitto NT05R มาให้กับดอดจ์ โดยยางรุ่นนี้สามารถรับแรงบิดในขณะออกตัวได้ดีขึ้น 35% เมื่อเทียบกับ Challenger/Charger เวอร์ชั่น SRT Hellcat รุ่นปัจจุบัน เพลากลางแข็งแรงขึ้น รับแรงบิดได้ดีขึ้น 15% สปริงหน้า-หลังแข็งขึ้น 35-28% ตามลำดับ

●   นอกจากนี้ ดอดจ์ยังปล่อยข้อมูลที่ช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นให้กับแฟนๆ โดยในทีเซอร์แต่ละภาพนั้นมีข้อมูลบางอย่างซ่อนอยู่ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการคาดเดา) เช่น ซีเรียลนัมเบอร์และ VIN ที่มีตัวเลข 0757 อาจหมายถึง 757 แรงม้า (+50 จาก Hellcat บล็อคปัจจุบัน) หรือป้ายทะเบียนรถ Michigan 3.9+221=405 ซึ่งมีการตีความกันหลากหลาย อาทิ 3.9 อาจจะเป็นเวลาของอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. หรืออาจจะเป็นความจุอากาศของซูเปอร์ชาร์จ เป็นต้น

●   รายละเอียดเพิ่มเติมต้องรอหลังการเปิดตัวในนิวยอร์คฯ ซึ่งเราน่าจะได้อ่านรายละเอียดกันทั้งหมดราวช่วงสงกรานต์ครับ   ●

Update 1 : เครื่อง Hellcat อัพเกรดในชื่อ Demon กำลังบวกเพิ่ม 133 HP

13 April, 2017 AT 9:59 AM : วันสงกรานต์

 

●   ดอดจ์เปิดตัว Challenger SRT Demon เป็นที่เรียบร้อยในนิวยอร์คฯ เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา โดยเครื่องยนต์ V8 HEMI 6.2 ลิตร Hellcat มีการเปลี่ยนชื่อรหัสเป็น “Demon” (HEMI® Demon V-8) ซึ่งตัวเลขพละกำลังที่ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการนั้น ยังผลให้ Challenger SRT Demon กลายเป็นรถเครื่องยนต์ V8 เดิมๆ จากโรงงานที่ทรงพลังที่สุดในโลกทันที

●   เครื่องยนต์ V8 Demon บล็อคนี้ผลิตกำลังได้ถึง 840 แรงม้า (HP) +133 HP เมื่อเทียบกับ V8 Hellcat ใน Challenger/Charger SRT แรงบิดสูงสุด 106.4 กก.-ม. ทำอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง 0-30 ไมล์/ชม. (48 กม.) ภายใน 1 วินาที, 0-60 ไมล์/ชม. (96 กม.) ภายใน 2.3 วินาที และวิ่งควอเตอร์ไมล์ได้ใน 9.65 วินาที (ใช้ความเร็วสูงสุดในขณะนั้น 225 กม./ชม.) ตัวรถสามารถสร้างแรงดึงได้ถึง 1.8 g ในขณะเร่งความเร็ว ซึ่งตัวเลขนี้นับว่าสูงที่สุดในบรรดาโปรดัคชั่นคาร์จากโรงงานที่ไม่ได้มีการโมดิฟายเพิ่มเติมจากจูนนิงช๊อป

●   ตัวเลขแรงดึง 1.8 g ในขณะออกตัวนี้ ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการโดย Guinness World Records และนอกจากสถิติแรง g นี้ Challenger SRT Demon ยังสร้างสถิติใหม่อีก 1 ประการ นั่นคือเป็นรถโปรดัคชั่นคาร์ที่สามารถยกล้อในขณะออกตัว (หรือที่เรียกกันว่า Wheelie) ได้เป็นระยะทาง 2.92 ฟิท (ราว 0.8 เมตร) ในขณะที่ข้อมูลเดิมนั้น ยางรุ่นพิเศษของ Nitto ที่รับบทหนักในการรับแรงบิด มีการแก้ไขตัวเลขที่ตัวยางสามารถสร้างแรงเสียดทานในการรับมือกับกำลังของเครื่องยนต์ได้ดีขึ้นจาก 35 เป็น 40%

●   และเมื่อเทียบกับเครื่องรหัส Hellcat เครื่อง Demon จะได้รับการเพิ่มความจุอากาศของซูเปอร์ชาร์จเจอร์จาก 2.4 เป็น 2.7 ลิตร ปรับบูสท์จาก 11.6 เป็น 14.5 psi เพิ่มรอบเครื่องยนต์สูงสุดจาก 6,200 เป็น 6,500 รอบ/นาที เปลี่ยนปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแบบ 2 จังหวะคู่ (2 dual-stage) ปิดท้ายด้วยการเพิ่มช่องรับอากาศเป็น 3 ช่องทาง ประกอบด้วยช่องรับอากาศขนาดยักษ์บนฝากระโปรงหน้าที่มีชื่อทางการค้าว่า Air-Grabber, รูรับอากาศที่โคมไฟหน้าดวงในฝั่งผู้ขับ ชื่อทางการค้าคือ Air-Catcher และช่องรับอากาศบริเวณซุ้มล้อ

●   จุดรับอากาศทั้ง 3 จุดนี้ช่วยให้เครื่อง V8 Demon มีปริมาณอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ที่วัดได้จากแอร์โฟลว มิเตอร์ มากกว่าเครื่อง Hellcat ราว 18% หรือคิดเป็นปริมาณรวมมากกว่า 32,500 ลิตร/นาที

●   ดอดจ์ยังทำการติดตั้งระบบลดความร้อนเครื่องยนต์หลังจากการวิ่งเต็มกำลัง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรถเดิมๆ จากโรงงาน ใช้ชื่อว่าระบบ SRT Power Chiller โดย Chiller ในที่นี้ก็คืออุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบ liquid-to-air ฟังก์ชั่นการทำงานคร่าวๆ คือ ใช้ความเย็นจากระบบปรับอากาศในห้องโดยสารมาพ่วงกับเครื่องลดอุณหภูมิ (Chiller), ปั๊มหล่อเย็น และหม้อน้ำ ช่วยลดความร้อนในเครื่องยนต์ ซึ่งดอดจ์ระบุว่าระบบ SRT Power Chiller มีความสามารถในการลดอุณภูมิได้สูงสุดถึง 45 องศาฟาเรนไฮท์ (ราว 7.2 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับการใช้งาน) ยังผลให้ตัวรถอยู่ในสถานภาพพร้อมใช้งานบนแทร็ค Drag ในรอบต่อไปได้เร็วขึ้น

●   นอกจากนี้ ระบบจำกัดกำลังหรือโหมด Valet ยังคงมีให้ใช้งานแบบเดียวกับ Challenger/Charger SRT Hellcat นั่นคือกุญแจ 2 สี ดำ-แดง โดยในขณะใช้กุญแจสีดำ ระบบอิเลคทรอนิคจะจำกัดกำลังสูงสุดเอาไว้ที่ 500 แรงม้า ส่วนกุญแจสีแดงจะสามารถใช้พละกำลังได้ทั้งหมด 840 แรงม้า

●   ดอดจ์จะเริ่มผลิต Challenger SRT Demon ที่โรงงาน Brampton Assembly ในออนทาริโอ ประเทศแคนาดา ภายในปี 2017 นี้ เบื้องต้นในสหรัฐฯ จะจำกัดจำนวนการผลิตเอาไว้ที่ 3,000 คัน และในแคนาดา 300 คัน ราคาจำหน่ายยังไม่ระบุครับ   ●


2018 Dodge Challenger SRT Demon


 

Drunk Dont Drive