Shackleton’s Returns: ข้ามแอนตาร์คติกาด้วย Hyundai Santa Fe
May 16, 2017
Motortrivia Team (5102 articles)

Shackleton’s Returns: ข้ามแอนตาร์คติกาด้วย Hyundai Santa Fe


Posted by : AREA 54

 

●   ผู้แปลคิดว่าหากจะมีใครคิดวางแผนท่องแอนตาร์คติกา ส่วนใหญ่ (หรือร้อยทั้งร้อย) น่าจะนึกถึงรถดัดแปลงที่ใช้พื้นฐานปิคอัพยอดนิยมรุ่นต่างๆ เช่น The Arctic Trucks Expedition AT44 ของรายการ Top Gear ที่ใช้พื้นฐานของ Toyota Hilux รุ่นก่อนหน้า

●   ทว่าทริปตะลุยขั้วโลกล่าสุดของ Patrick Bergel เหลนของนักสำรวจชื่อดังในอดีต Sir Ernest Henry Shackleton ที่สำรวจแอนตาร์คติกาด้วยรถยนต์เป็นคนแรกในปี 1913 กลับเลือกที่จะใช้รถ SUV ขนาดคอมแพคท์จากเกาหลีใต้อย่าง Hyundai Santa Fe เป็นพาหนะลำหรับลุยพื้นผิวน้ำแข็งแทนที่ปิคอัพจอมลุยรุ่นต่างๆ

●   อย่างไรก็ตาม แผนงานนี้นับเป็นการโปรโมทผลิตภัณฑ์ของบริษัทฮุนไดเองนั่นแหละครับ เนื่องจากผู้ที่คิดโปรโจคท์ในชื่อ “Shackleton’s Returns” นี้และยื่นข้อเสนอให้กับ Bergel ก็คือแชร์แมนของฮุนได โดยทีมงานของเขาได้ใช้เวลาราว 10 เดือนมองหาตัวแทนของคนรุ่นใหม่ในการสานต่อตำนานการสำรวจแอนตาร์คติกาจากในอดีต และ Bergel ซึ่งสืบสายเลือดมาจาก Sir Shackleton ก็คือตัวเลือกนั้น… การบรรลุแผนงานนี้ทำให้ทีมงานทั้งหมด (รวมทั้งฮุนได) ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มนักผจญภัยที่ลุยข้ามแอนตาร์คติกาด้วยรถยนต์นั่งแบบ SUV เป็นกลุ่มแรกของโลก


รถสำรวจขั้วโลกของ Sir Ernest Henry Shackleton ออกแบบเฉพาะกิจสำหรับวิ่งบนหิมะและน้ำแข็งโดย George Johnson แห่งบริษัท Arrol-Johnson Car Company Ltd. ผู้ผลิตรถยนต์จากสกอทแลนด์ ตัวรถใช้กำลังจากเครื่องยนต์ 4 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ กำลังสูงสุด 15 แรงม้า


●   งานนี้ยังคงมี Artic trucks บริษัทท่องเที่ยวแบบเอ็กซ์ตรีมในเมืองเรยาวิค ไอซ์แลนด์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นเคย (Arctic Trucks เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Toyota Iceland ตั้งแต่ปี 1990 และเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทริปประวัติศาสตร์อื่นๆ อีกหลายทริป) ผู้ที่รับผิดชอบในการโมดิฟายรถก็คือ Gisli Jonsson ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหน้าทีมชุดโมดิฟายรถของ Arctic Trucks ที่มีผลงานมาแล้วมากมาย การโมดิฟายส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ช่วงล่างเป็นหลัก อาทิ ชุดยกความสูงที่ออกแบบมาเฉพาะกิจ ตัวถังระเบิดซุ้มล้อเพื่อให้สวมยางเรเดียลขนาดยักษ์ AT38 แรงดันลมยางต่ำ ขนาด 38 x 15.50 R15 ลงไปได้ (AT ในที่นี้คือ Arctic Trucks) ทั้งนี้ในกรณีที่ตัวรถต้องการหน้าสัมผัสของยางให้ได้มากที่สุด ยางรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ด้วยแรงดันลมยางเพียง 2 psi เท่านั้น

●   Artic trucks ทำการวางคานแบบ Portal Axel (คานเยื้องศูนย์ หรือเพลาเยื้องศูนย์) เพื่อเพิ่มระยะเคลียร์ใต้ท้องรถให้ได้มากที่สุด ระบบส่งกำลังมีการปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ใหม่หมด โดยอัตราทดต่ำสุดที่ Artic trucks คำนวณว่าเหมาะสมกับพื้นผิวคือ 1.5:1 ทว่าเครื่องยนต์ไม่ได้มีการโมดิฟายอะไรเพิ่มเติม ตัวรถยังคงใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร CDRI อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จแบบแปรผัน กำลังสูงสุด 200 แรงม้า (HP) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดิมๆ จากโรงงาน

●   สิ่งที่เพิ่มเติมมีเพียงฮีทเตอร์เครื่องยนต์สำหรับช่วยเพิ่มอุณหภูมิคูลแลนท์ ระบบนี้จะตัดการทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อคูลแลนท์มีอุณภูมิ 79 องศาเซลเซียส และจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อคูลแลนท์มีอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 65 องศาเซลเซียส ปิดท้ายด้วยถังน้ำมันอลูมิเนียมขนาดความจุ 230 ลิตร พร้อมเชื้อเพลิงทดแทนซึ่งเป็นน้ำมันสำหรับเครื่องบินเจ็ท คุณสมบัติพิเศษคือยังคงสถานะของเหลวเอาไว้ได้ที่อุณหภูมิเย็นจัดถึง -22 องศาเซลเซียส

●   แผนการเดินทางเริ่มจาก Union Glacier Camp ของ ALE (Antarctic Logistics and Expeditions – ผู้ให้บริการด้านการเดินทางลุยแอนตาร์คติกา ซึ่งจะมีเบสแคมป์ทำหน้าที่วิเคราะห์และรายงานสภาพอากาศรวมทั้งความเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวตลอดเส้นทางด้วยดาวเทียมไปยังทีมขับ) ก่อนจะตรงไปยังขั้วโลกใต้ (South Pole) และจบลงที่ผืนน้ำแข็งบริเวณ McMurdo Sound ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ Sir Shackleton ปู่ทวดของเขาเคยตั้งแคมป์เอาไว้เมื่อ 104 ปีที่แล้ว

●   โปรเจคท์ Shackleton’s Returns ใช้เวลาทั้งหมด 30 วัน ใช้ความเร็วเฉลี่ย 26.8 กม./ชม. รวมเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 5,800 กม.   ●


Hyundai Santa Fe Antarctica : Shackleton’s Returns


 

Drunk Dont Drive