Mercedes เผยโฉม 2 รถสุดหรู New S-Class และ Maybach S-Class
November 28, 2017
Motortrivia Team (5024 articles)

Mercedes เผยโฉม 2 รถสุดหรู New S-Class และ Maybach S-Class


ภาพ : สุพรรณี ยังอยู่

 

●   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว 2 รถสุดหรูแห่งยุค New Mercedes-Benz S-Class และ Mercedes-Maybach S-Class โดยรุ่นย่อยที่จะจำหน่ายในบ้านเรา เริ่มด้วย Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 7.64 ล้านบาท ส่วน Mercedes-Maybach S-Class ราคาจำหน่าย 17.44 ล้านบาท

●   มร. ไมเคิล เกรเว่ (Michael Grewe) ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา The S-Class นับเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดทั่วโลก และสร้างยอดขายรวมกว่า 300,000 คัน นับตั้งแต่ปี 2013 และกว่า 4,000,000 คันนับตั้งแต่การเปิดตัว The S-Class สู่สาธารณชนรถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นยนตรกรรมหรูระดับเรือธงที่เป็นศูนย์รวมของสุดยอดดีไซน์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน และเป็นจุดตั้งต้นสำหรับการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์นั่งทุกระดับ โดย The S-Class มีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้น The S-Class จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งผู้นำโดยแท้จริง”

●   “เพื่อเป็นการสานต่อปรัชญาในการนำเสนอ ‘สิ่งที่ดีที่สุด’ ให้แก่ลูกค้าทั้งในวันนี้ และวันข้างหน้า ในปีนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงได้พัฒนา The new S-Class ที่มาพร้อมกับมิติใหม่แห่งสุนทรียะในการขับขี่ ด้วยนวัตกรรมหลากหลายด้าน ทั้งความสะดวกสบายขณะขับขี่ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance package และความประหยัดน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ตอกย้ำให้รถซาลูนหรูรุ่นดังกล่าวยกระดับสู่การเป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดขึ้นไปอีกขั้น นอกจากนี้เรายังได้นำเสนออีกหนึ่งสุดยอดยนตรกรรมเหนือระดับรุ่นล่าสุดภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่สะท้อนคุณค่าของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ในทุกมิติได้เป็นอย่างดี มาให้ลูกค้ากลุ่มผู้บริหารระดับสูง และกลุ่มธุรกิจฟลีทกับโรงแรมชั้นนำของเมืองไทย เพื่อให้บริการเหล่าลูกค้าคนสำคัญ”


มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


●   มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ (Frank Steinacher) รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “รถยนต์ 2 รุ่นที่เรานำมาเปิดตัวในวันนี้ ได้แก่ The S 350 d AMG Premium ยนตรกรรมหรูเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ทรงพลังมากขึ้น ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น และปล่อยไอเสียน้อยลง ส่วน Mercedes-Maybach S 560 Premium เครื่องยนต์เบนซิน V8 ได้ประสิทธิภาพอันทรงพลัง แต่ไร้เสียงรบกวน เปลี่ยนคำนิยามของความผ่อนคลายด้วยดีไซน์อันโดดเด่นตามมาตรฐานแบบเฟิร์สคลาส พร้อมระบบอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์แสนสบายตลอดการเดินทางของคุณ”

Mercedes-Benz S-Class

●   Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium มากับกระจังหน้าแบบ 3 ก้าน ไฟหน้าแบบ Multibeam LED ไฟ LED daytime สำหรับวิ่งกลางวัน 3 เส้นรับกับกระจังหน้า เติมความสปอร์ตด้วยชุดกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง AMG ไฟท้ายแบบ LED เทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติค ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอย AMG แบบ Multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว

●   ชุดไฟ Multibeam LED ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงควบคุมหลอดไฟ LED จำนวน 84 หลอดให้ปรับระดับความสว่างอิสระจากกัน โดยมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวและคำนวณระดับความสว่างอัตโนมัติ ตอบสนองความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จุดสำคัญคือความปลอดภัยในขณะมีรถสวนทาง โดยระบบส่องสว่างอัจฉริยะ หรือ ILS – Intelligent Light System จะปรับเปลี่ยนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบของถนน

●   นอกจากนี่ยังมีระบบ ALS – Active Light System โคมไฟหน้าปรับองศาตามการเลี้ยวของพวงมาลัย, ระบบ Cornering Light เพิ่มความสว่างขณะเลี้ยวโค้ง และระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus ปรับไฟสูงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาของผู้ขับรถที่วิ่งอยู่ในเลนตรงข้าม ขณะเดียวกันตัวระบบ Multibeam LED ยังตรวจจับทางโค้งและมุมอับสายตาได้ในระยะที่ไกลมากกว่าเดิม โดยอาศัยความสามารถของเทคโนโลยี Ultra Range ที่ส่องสว่างได้ไกล 650 เมตรโดยอัตโนมัติ หากไม่พบรถวิ่งสวนทางมา

●   S 350 d AMG Premium ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 286 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 61.1 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

●   ห้องโดยสารมากับระบบ Energizing Comfort Control ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก เทคโนโลยีนี้จะควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น การปรับโทนสีของไฟ Premium Ambient Light, ระบบปรับอากาศ, เครื่องเสียง รวมถึงโปรแกรมนวดของเบาะทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 6 แบบ

●   ด้านการตกแต่ง เบาะคู่หน้า-หลังหุ้มหนัง Exclusive nappa ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design ปรับระดับด้วยไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ และฟังก์ชั่นอุ่นที่นั่ง/ระบายอากาศ ด้านบนของคอนโซลหน้าและส่วนกลางของแผงประตูหุ้มหนัง nappa ที่วางแขนบริเวณคอนโซลกลางด้านหน้าและด้านหลังหุ้มหนัง nappa ผ้าหลังคาและแผงบังแดดด้านหน้าหุ้มด้วย Dinamica microfibre ที่รองขาแบบปรับระดับพร้อมที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารด้านหลังฝั่งซ้าย รวมถึงเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าที่สามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าเพิ่มขึ้น 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่บริเวณห้องโดยสารด้านหลัง ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

●   S 350 d AMG Premium สามารถปรับรูปแบบการขับผ่านฟังก์ชั่น DYNAMIC SELECT ผู้ขับสะดวกด้วยจอบอกข้อมูลแบบ Head-up display, ระบบนำทาง, ระบบสั่งการด้วยเสียง (Linguatronic เฉพาะภาษาอังกฤษ), เพิ่มความสบายด้วยระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ Thermotronic แบบ 4-Zone, ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร Air Bakance package, ระบบ COMAND Online พร้อมรีโมทควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system และระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลังพร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง, เครื่องเล่น Blu-ray สำหรับที่นั่งด้านหลัง, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay, Bluetooth, จุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายสำหรับที่นั่งด้านหน้า, และระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad

Mercedes-Maybach S-Class

●   ภายนอกยังคง DNA ของ S-Class เอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าขนาดใหญ่พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฝากระโปรงหน้ายาว คิ้วโครเมียมตกแต่งบริเวณชายกันชนด้านหน้า กระจกหน้าต่างสีเขียวกรองแสงรอบคัน กระจกนิรภัยด้านหลัง ไฟหน้าแบบ Multibeam LED พร้อมฟังก์ชั่น Active Light System, ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก, ล้ออัลลอยขึ้นรูปแบบ forged ขนาด 20 นิ้ว ยาง Run-flat หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน Magic Sky Control ระบบช่วงล่างแบบ Magic Body Control ปิดท้ายด้วยตราสัญลักษณ์ Maybach บนฝากระโปรงหลัง

●   Maybach S-Class มีความยาวตัวรถประมาณ 5,462 มม. หรือเพิ่มขึ้น +191 มม. เมื่อเทียบกับ S-Class พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ห้องโดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้น

●   Mercedes-Maybach S 560 Premium ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 469 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 71.3 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

●   ห้องโดยสารหรูด้วยเบาะหุ้มหนัง designo Exclusive semi-aniline, ด้านบนของคอนโซลหน้า และส่วนกลางของแผงประตูหุ้มหนัง nappa, ผ้าหลังคาและแผงบังแดดหน้าหุ้มด้วย Dinamica microfibre, นาฬิกา IWC แบบอนาล็อก, พวงมาลัยนิรภัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน หุ้มหนังสลับลายไม้ พร้อมสัญลักษณ์ Maybach และปุ่มควบคุมแบบ Touch Control, ฟังก์ชันเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้ง Android Auto และ Apple Carplay, ระบบชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย สำหรับที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester high-end 3D surround sound system

●   เบาะคู่หน้าและคู่หลังริมหน้าต่างเป็นแบบ climatised มีฟังก์ชั่นอุ่นที่นั่งและระบายอากาศ ปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ โดยเบาะผู้โดยสารด้านหน้าสามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าได้มากกว่าปกติ 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. เช่นกัน เบาะผู้โดยสารด้านหลัง multi-contour แบบ First Class และโต๊ะทำงานแบบพับได้ ฟังก์ชั่นนวด Energizing 6 รูปแบบ ที่รองขาปรับระดับสำหรับผู้โดยสารด้านหลังซ้าย-ขวา, ตู้เย็นบริเวณที่นั่งด้านหลัง, ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ Thermotronic แบบ 4-Zone ปิดท้ายด้วยไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร 64 สี

●   Mercedes-Maybach ได้ถูกออกแบบให้ทำงานสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุด เช่นเดียวกับรถยนต์ตระกูล The new S-Class พร้อมเพิ่มเติมระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน (Night View Assist Plus) และสัญญาณป้องกันการโจรกรรม พร้อมระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในรถ

ชุดระบบความปลอดภัย

●   ทั้ง 2 รุ่นติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับ และชุดระบบความปลอดภัยวึ่งประกอบด้วย ระบบ PRE-SAFE PLUS ใช้เรดาร์ตรวจสอบรถด้านหลังที่วิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไฟกระพริบฉุกเฉินจะกระพริบด้วยความถี่ที่มากกว่าปกติเพื่อเตือนผู้ขับรถคันหลัง จากนั้นระบบจะสั่งรัดเข็มขัดนิรภัยให้กระชับขึ้น ระบบเบรคจะล็อคล้อทั้ง 4 ให้อยู่กับที่ พร้อมปรับพนักพิงเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บบริเวณต้นคอหากเกิดการชน

●   ระบบ PRE-SAFE Impulse Side ใช้เรดาห์ตรวจสอบรถที่กำลังวิ่งเข้ามาทางด้านข้างตัวรถ หากพบว่ามีเหตุการณ์ที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ถุงลมที่อยู่ในพนักพิงด้านข้างจะพองตัวออกเพื่อผลักให้ผู้ขับ-ผู้โดยสารด้านหน้าเอียงไปอยู่ส่วนตรงกลางห้องโดยสารแทน เพื่อลดแรงกระแทกจากด้านข้างตัวรถ

●   นอกจากนี้ยังมีระบบ Active Emergency Stop Assist ส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้ผู้ขับกลับมาประคองพวงมาลัย ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่มีการตอบสนองต่อการขับเป็นเวลานาน เช่น หลับในหรือหมดสติ หากระบบตรวจจับได้ว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของพวงมาลัยเลย เนื่องจากไม่มีการตอบสนองจากผู้ขับ ระบบจะค่อยๆ หยุดรถอัตโนมัติในช่องจราจรนั้น พร้อมกับเปิดไฟกระพริบฉุกเฉิน

●   ระบบ Evasive Steering Assist ช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า ใช้สัญญาณเรดาร์และกล้อง MPC ตรวจจับคนและสิ่งของที่จะก่อให้เกิดอันตราย, ระบบ Active Distance Assist DISTRONIC ช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า ลดความเร็วของรถอัตโนมัติ ช่วยเบรคด้วยระดับแรงเบรคประมาณ 50% ของแรงเบรคปกติเพื่อรักษาระยะห่าง และยังสามารถควบคุมรถให้ออกตัวตามรถด้านหน้า หากรถยนต์คันที่อยู่ด้านหน้าหยุดนิ่งเป็นเวลาไม่เกิน 30 วินาที แล้วเคลื่อนที่ต่อไป

●   ระบบ Active Blind Spot Assist เตือนจุดอับสายตาในขณะเปลี่ยนเลน ทำงานตั้งแต่ความเร็ว 12 กม./ชม. เป็นต้นไป, ระบบ Active Lane Keeping Assist ช่วยดึงรถเข้าสู่เลนเดิมโดยอัตโนมัติด้วยการเบรคล้อฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกับรถที่ตรวจจับได้, ระบบ Active Brake Assist และฟังก์ชัน Cross-Traffic ช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับรถหรือคนเดินถนนในบริเวณทางแยก ใช้เรดาร์บนกันชนด้านหน้า และกล้อง MPC ตรวจจับเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการชน

●   ปิดท้ายด้วยระบบ Parking Pilot including Active Parking Assist ช่วยจอดอัตโนมัติทั้งแบบขนานและเข้าซอง ซึ่งมีเฉพาะใน S-Class โดยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศาจะแสดงภาพบริเวณรอบกันชนในจอแสดงผล รวมถึงภาพจากมุมสูง จึงช่วยให้เห็นสิ่งกีดขวางรอบคันรถ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนภัยทั้งภาพและเสียงในขณะที่กำลังจอดรถด้วยความเร็วไม่เกิน 10 กม./ชม. โดยอาศัยการประสานการทำงานของระบบ active steering ระบบ speed control และระบบเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ พร้อมเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ Drive Away Assist ส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจจับความเสี่ยงต่อการชนในขณะที่เหยียบคันเร่งหรือเบรคสลับกัน หรือเมื่อผู้ขับเข้าเกียร์ไม่ถูกต้อง

●   นอกจากนี้ S 350 d AMG Premium ยังมีระบบกันสะเทือนแบบถุงลม AIRMATIC พร้อมระบบควบคุมแบบอัตโนมัติ ตัวระบบสามารถควบคุมการทรงตัวได้ในทุกสภาวะอย่างรวดเร็วและแม่นยำ และยังสามารถปรับให้เหมาะกับการขับเพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนเมื่อขับด้วยความเร็วสูงในโหมด Comfort และ Sport ซึ่งระบบกันสะเทือนจะถูกปรับการใช้งานให้สอดคล้องในแต่ละโหมด โดยสามารถปรับยกตัวรถได้สูง 30 มม. เมื่อขับบนถนนที่ขรุขระหรือมีหลุมบ่อ และจะปรับตัวรถลง 20 มม. โดยอัตโนมัติเมื่อขับด้วยความเร็วสูง

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือ facebook.com/MercedesBenzThailand   ●


2017 Mercedes-Benz S-Class and Mercedes-Maybach S-Class


 

Drunk Dont Drive