2019 BMW Z4 เจนเนอเรชั่น 6 แฝดร่วมแพลทฟอร์มของ Toyota Supra
August 24, 2018
Motortrivia Team (4868 articles)

2019 BMW Z4 เจนเนอเรชั่น 6 แฝดร่วมแพลทฟอร์มของ Toyota Supra

Posted by : AREA 54

 

●   หลังทำตลาดสปอร์ตคลาสโรดสเตอร์ BMW Z4 รหัสตัวถัง E89 มาตั้งแต่ช่วงปี 2009 ในที่สุด BMW Z4 รุ่นใหม่เจนเนอเรชั่นที่ 6 รหัสตัวถัง G29 ก็เผยโฉมรุ่นย่อยแรกเวอร์ชั่นพิเศษ BMW Z4 M40i First Edition ออกมาแล้ว โดยรวมงานด้านวิศวกรรม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากข่าวเดิม นั่นคือ Z4 ใหม่จะเป็นรถสปอร์ตที่แชร์แพลทฟอร์มร่วมกับ Toyota Supra ใหม่ และไม่มีการปรับชื่อเป็น Z5 เหมือนข่าวในช่วงกลางปี 2016

●   ย้อนกลับไปราวๆ 6 ปีที่แล้ว สปอร์ตร่วมแพลทฟอร์มรุ่นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการลงนาม MOU ระหว่างบีเอ็มดับเบิลยูและโตโยต้าในปี 2012 ซึ่งหลักๆ ทั้งคู่จะมีการแชร์เทคโนโลยีต่างๆ ให้กัน นอกเหนือไปจากการพัฒนาแพลทฟอร์มใหม่เฉพาะตัวเพื่อผลิตรถสปอร์ตขนาดกลางในลักษณะคู่แฝดแบบแชสซีส์เดียวกันต่างเปลือกตัวถัง ยังจะมีอีก 3 แผนงานตามออกมาในอนาคต ประกอบด้วย (1) พัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (2) พัฒนาวัสดุน้ำหนักเบาสำหรับใช้ในการผลิตตัวถัง และ (3) ร่วมกันพัฒนาแบตเตอรี่แบบ Li-air หรือ Lithium-air battery ให้มีประสิทธิภาพดีกว่าแบตเตอรี่แบบลิเธียม ไอออน ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

●   สำหรับ Z4 ใหม่ที่เผยโฉมออกมาเป็นคันแรกนั้น ด้านภาพลักษณ์ไม่มีอะไรให้น่าแปลกใจนัก เพราะเราได้เห็นกันมาก่อนหน้านี้แล้วผ่านต้นแบบสุดสวยในปีที่ผ่านมาอย่าง BMW Z4 Concept โดยคันจริงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตามจุดต่างๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนที่นับว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือ การปรับกลับมาใช้หลังคาซอฟท์ท๊อปแทนที่หลังคาลากเก็บ (retractable) แบบฮาร์ดท๊อปในรุ่นก่อนหน้า การกระจายสมดุลหน้า-หลังเป็นแบบสมมาตร 50:50 พร้อมจุดศูนย์ถ่วงต่ำ

●   ห้องโดยสารก็ไม่ต่างจากตัวต้นแบบมากนักเช่นกัน การจัดวางชุดควบคุมเป็นไปในลักษณะเดียวกัน อุปกรณ์มาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยูยุคใหม่มีให้ใช้ครบ ไม่ว่าจะเป็น พวงมาลัย 3 ก้านรุ่นใหม่, มาตรวัดหลังวงพวงมาลัยแบบฟูลดิจิทัล, จอกลางแบบลอยตัวขนาดใหญ่, ชุดควบคุม iDrive Touch Controller, Joystick Gear Shifter, จอ HUD บนกระจกบังลมหน้า, ฮาร์ดไดร์ฟขนาด 20GB สำหรับระบบมัลติมีเดีย, ระบบนำทางรุ่นใหม่ และจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ตำแหน่งในการจัดวางเป็นแบบเอียงตำแหน่งองศาให้เข้าหาผู้ขับเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน และลดการละสายตาจากท้องถนน…

●   บีเอ็มดับเบิลยูเรียกแพคเกจอุปกรณ์มาตรฐานในห้องโดยสารนี้ว่า BMW Live Cockpit Professional และเริ่มมีการใช้งานในรถรุ่นปี 2019 ไปแล้วบางรุ่น เช่น BMW X5 เป็นต้น (ในที่นี้ Live Cockpit Professional จะนับรวมบริการ BMW ConnectedDrive ด้วย)


BMW Z4 M40i First Edition


●   สำหรับ Z4 เวอร์ชั่นแรก M40i First Edition (ซึ่งน่าจะเป็นรุ่นจำกัดจำนวน) มากับสีส้มพิเศษ Frozen Orange Metallic แบบเดียวกับตัวต้นแบบ จับคู่หลังคาผ้าใบซอฟท์ท๊อปสีดำ และตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยสีดำ อาทิ บริเวณกระจังหน้า, ช่องดักอากาศด้านล่าง, ช่องไฟตัดหมอก, ฐานกระจกมองข้าง และล้อขนาด 19 นิ้ว ห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนดำ, เบาะหนัง Vernasca สีดำ และมีเครื่องเสียงพรีเมียมของ Harman Kardon ให้

●   เบื้องต้นพละกำลังมาจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 340 แรงม้า (PS) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.4 วินาที ช่วงล่างจูนแบบสปอร์ต อุปกรณ์พื้นฐานมีระบบควมคุมการทำงานของแดมเปอร์แบบอิเลคทรอนิค, ชุดเบรคประสิทธิภาพสูงของ M Sport และดิฟเฟอร์เรนเชียลที่เพลาท้ายของ M Sport

●   บีเอ็มดับเบิลยูจะเริ่มจำหน่าย Z4 ใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2019 รายละเอียดอื่นๆ ต้องรอหลังการเปิดตัวเป็นทางการในตลาดโลกวันที่ 19 กันยายน 2018 นี้… ส่วนทางฝั่ง Toyota Supra ใครอยากเห็นเค้าโครงโดยรวม สามารถเสิร์ชหาภาพ Spy Shot ไปดูกันแก้ขัดก่อนได้ครับ การผลิตคันจริงของทั้ง Z4 และ Supra จะมีขึ้นที่โรงงาน Magna Steyr ในเมืองกราซ ประเทศออสเตรเลีย   ●


2019 BMW Z4

Drunk Dont Drive