February 6, 2020
Motortrivia Team (6086 articles)

Mercedes-Benz GLS 350d เอส-คลาส ในคราบเอสยูวี 7 ที่นั่ง

เรื่อง-ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนสื่อมวลชนร่วมงานเปิดตัวผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการในจังหวัดเชียงราย จะบินไปบินกลับก็ดูจะธรรมดาเกินไป เลยจัดให้บินไปลงเชียงใหม่ แล้วนั่งรถบัสไปที่ บริษัท เจริญ มอเตอร์เบนซ์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับรถสำหรับขับเดินทางไปจังหวัดเชียงราย ครั้งนี้ทีมงานมอเตอร์ทริเวีย มีโชคเพราะเพื่อนที่ขับคู่กันจับฉลากกุญแจได้รถรุ่นไฮไลต์ GLS 350d 4MATIC AMG Premium ราคา 8,859,000 บาท

●   รถคันใหญ่โตเพราะเป็นเอสยูวี 7 ที่นั่ง มีความยาว 5,207 มิลลิเมตร กว้าง 1,956 มิลลิเมตร สูง 1,823 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,135 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 2,490 กิโลกรัม ได้กุญแจแล้วอาสาขับไม้แรก จากศูนย์บริการถึงร้านกาแฟกาเรการ่อน อำเภอเวียงป่าเป้า ระยะทาง 102 กิโลเมตร แต่ Google Map แจ้งว่าใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะบางช่วงมีการก่อสร้างถนน

●   ตัวรถทั้งกว้างและยาว ไม่กล้าปรับเบาะลงต่ำสุดแบบที่ถนัด เพราะต้องเผื่อการขับลัดเลาะในเมืองช่วงแรกด้วย ทั้งเบาะและพวงมาลัยปรับได้ละเอียด ทำให้ปรับเข้าสู่ท่านั่งที่ถูกต้องและนั่งสบายได้ง่าย ทัศนวิสัยรอบคันอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้ขับในเมืองที่การจราจรติดขัดและไม่คุ้นทางได้อย่างมั่นใจ ก่อนพ้นเขตเมืองมีหลงเล็กน้อยพอให้ตื่นเต้น จากนั้นขับยาวๆ บนไฮเวย์ ก่อนจะเจอความท้าทายในช่วงทางคดเคี้ยวขึ้นเขา

เครื่องยนต์ดึงนุ่มและต่อเนื่อง

●   รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์รหัส OM656 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 เป็นแบบ 6 สูบเรียง 2,925 ซีซี ฝาสูบแบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ พร้อมเทอร์โบชาร์ 2 สเตจ ครองตำแหน่งเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับรถยนต์นั่ง ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะเมื่อวางในซาลูนหรูอย่าง S 400 d 4MATIC จะถูกอัพพลังขึ้นเป็น 340 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตันเมตร ในขณะที่ยังคงอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยระดับ 19.2 กิโลเมตรต่อลิตร และคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในไอเสีย 135 กรัมต่อกิโลเมตรไว้ได้

●   สำหรับ GLS 350d 4MATIC AMG Premium ถูกลดทอนสมรรถนะลงเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะกับประเภทรถ มีกำลังสูงสุด 286 แรงม้า ที่ 3,400-4,600 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,200-3,200 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC พร้อม DYMANIC SELECT 5 โหมดการขับ ตามสเปค 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7 วินาที ท๊อปสปีด 227 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●   เครื่องยนต์บล็อกนี้ได้รับการออกแบบให้มีมลพิษต่ำ ผ่านข้อกำหนดด้านมลพิษแบบใช้งานจริง หรือ RDE-Real Driving Emissions โดยเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบ CAMTRONIC แปรผันการยกวาล์ว และการออกแบบหัวลูกสูบให้สัมพันธ์กับการเผาไหม้ หรือที่เบนซ์เรียกว่า Mercedes-Benz Stepped-Bowl Combustion Process ใช้ครั้งแรกในเครื่องยนต์รุ่น OM 654 เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ โดยออกแบบให้เพิ่มอัตราการเผาไหม้ จากรูปทรงของหลุมบนหัวลูกสูบ การเคลื่อนที่ของอากาศและหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง เผาไหม้กับอากาศจำนวนมากที่เข้ามาได้ห้องเผาไหม้ได้อย่างเหมาะสม ลดเขม่าและลดไอเสีย

●   เทคโนโลยีอื่นๆ ที่ช่วยลดมลพิษ เช่น การเคลือบสารหล่อลื่น NANOSLIDE® ที่ผนังเสื้อสูบ ระบบ Dynamic Multi-Way Exhaust-Gas Recirculation และระบบบำบัดไอเสียที่ติดตั้งใกล้เครื่องยนต์ เพื่อให้ทำงานได้ดีตั้งแต่อุณหมิต่ำ และสูญเสียความร้อนน้อยที่สุด

●   ช่วงขับในเมืองด้วยโหมด COMFORT ขับได้นุ่มนวลสมชื่อ ทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ทำงานสอดคล้องกัน คันเร่งไม่เร็วมาก พวงมาลัยเบา เกียร์เปลี่ยนนุ่มนวล ขับแบบเดี๋ยวเร่งเดี๋ยวเบรกได้ง่าย ไม่กระตุกกระชาก กำลังขับเพลินๆ เพื่อนมือซนเปลี่ยนเป็นโหมด SPORT เปลี่ยนบุคลิกรถไปทันที คันเร่งไวขึ้น ไม่ค่อยเหมาะกับการขับแบบเดี๋ยวเร่งเดี๋ยวเบรก ถ้าอยากปรับโหมดการขับแบบละเอียด ก็มีโหมด INDIVIDUAL ให้เลือกแยกปรับแต่ละส่วนได้ตามใจชอบ

●   ออกจากเมืองเข้าสู่ทางโล่ง ลองค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักเท้าขวาในการกดคันเร่ง เครื่องยนต์ไม่ได้ดึงแรงหวือหวาขนาดหลังติดเบาะ แต่แรงบิดมาแบบหนักแน่นและต่อเนื่อง ขับแล้วรู้สึกได้เลยว่ารถมีกำลังสำรองอีกเหลือเฟือ เร่งติดเท้าตั้งแต่รอบต่ำ ลองใช้โหมด SPORT อีกครั้ง คราวนี้ไม่บ่นแถมติดใจ เพราะเหมาะกับการเร่งความเร็วแบบต่อเนื่อง เกียร์ไม่เปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงให้ง่ายๆ ทำให้เวลาผ่อนคันเร่งก่อนถึงโค้งแล้วรถมีแรงดึงหน่วง ลดการใช้เบรก และเร่งออกจากโค้งได้อย่างรวดเร็ว มี Paddle Shift ใช้ควบคุมจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง ขับเพลินๆ ความเร็วก็ทะลุ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว รอบก็ต่ำแค่ไม่เกิน 2,000 รอบฯ ตัวรถคันใหญ่และนิ่ง ทำให้ไม่รู้สึกว่าเร็ว ควรเหลือบมองมาตรวัดเป็นระยะถ้าไม่อยากโดนใบสั่ง ขับช่วงแรกด้วยความเร็วใช้งานจริง ได้อัตราสิ้นเปลืองประมาณ 8.5 กิโลเมตรต่อลิตร

ห้องโดยสารรองรับ 7 ที่นั่ง

●   ภายในหรูหราล้ำสมัยด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 12.3. นิ้ว ต่อเนื่อง 2 จอ มีระบบสั่งงานด้วยเสียง Hey Mercedes และระบบการสื่อสารและความบันเทิง MBUX เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ เบาะแถว 2 ก็ปรับไฟฟ้าเช่นกัน มีระบบ EASY-ENTRY เบาะนั่งและพนักพิงเบาะแถว 2 เลื่อนไปด้านหน้าและยกตัวขึ้น นอกจากนี้เบาะหน้ายังเลื่อนหลบทางเบาะแถว 2 ให้อีกเล็กน้อย เพื่อเปิดทางให้ผู้โดยสารแถว 3 เข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น

●   ส่วนเบาะแถว 3 ตามโบรชัวร์ระบุว่าเป็นแบบ Full-size รองรับผู้โดยสารร่างยักษ์ระดับ 194 เซนติเมตรได้ ในการทดลองขับมีโอกาสได้ลองเบาะครบ 3 แถว นั่ง 6 คน เกือบจะได้ลองนั่งเบาะแถว 3 โดยไม่เต็มใจ แต่อ้างว่าต้องช่วยคนขับดูเส้นทางก็เลยรอดไป

●   ตำแหน่งหลังพวงมาลัยถูกเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ ด้วยการควบคุมระบบต่างๆ ที่ถูกออกแบบให้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับ โดยแทบไม่ต้องละสายตาจากถนน ทั้งการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลบนหน้าจอ และการใช้งานจอที่คอนโซลกลาง คุณภาพวัสดุหรูหราสมราคา การเก็บเสียงและความสั่นสะเทือนเป็นไปตามระดับราคารถ สตาร์ตเครื่องยนต์รอบเดินเบา แทบไม่รู้สึกว่าเครื่องยนต์ทำงาน เร่งรอบสูงแทบไม่มีอาการสั่นสะเทือนและเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล ใช้ความเร็วสูงก็แทบไม่มีเสียงลมปะทะให้รบกวนความสุนทรีย์ การเก็บเสียงที่มีประสิทธิภาพ เหมาะแล้วที่ติดตั้งเครื่องเสียงระดับหูทองอย่าง Burmester

ช่วงล่างถุงลมนุ่มนวลแต่หนักแน่น

●   ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม ปรับความสูงได้ และปรับความหนึบได้ ยางขนาดใหญ่ด้านหน้า 275/45 R21 และด้านหลัง 315/40 R21 อวบอิ่มเต็มซุ้มล้อ เห็นซีรีส์ยางแล้วอย่าเพิ่งตกใจ เพราะเมื่อคำนวณกับความกว้างยางแล้ว แก้มยางก็ไม่ได้เตี้ยแบนจนน่ากลัวว่าจะสะเทือนหรือเสียหายได้ง่าย ขับได้สบายใจตามสไตล์เอสยูวี ช่วงขับผ่านการก่อสร้างถนนก็ให้ความนุ่มนวลดี มีการซับแรงสะเทือนที่ดีตามระดับรถ จอดติดไฟแดงลองปรับระดับสูง-ต่ำดูเล่นๆ ก็พอจะรู้สึกได้ว่ารถมีการขยับตัวขึ้น-ลง

●   ที่ความเร็วสูงเกิน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในโหมด Comfort จะรู้สึกว่านิ่มไปนิด ปรับเป็น SPORT แล้วขับมั่นใจขึ้นเยอะ ตัวรถมีการโคลงน้อยลง ขับได้กระชับมากขึ้น ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ กับตัวช่วยครบครัน สร้างแรงเบรกได้หนักหน่วงสมกับความแรงของเครื่องยนต์และน้ำหนักรถ เวลาเบรกฉุกเฉินมีเรื่องเดียวที่ต้องกังวลคือ คันหลังจะเบรกทันหรือเปล่า ส่วนการเบรกในการใช้งานปกติ สามารถเบรกได้นุ่มนวลตั้งแต่ครั้งแรกที่ขับ

●   Mercedes-Benz GLS 350d 4MATIC AMG Premium เอสยูวีหรูหรากว้างขวางระดับเดียวกับเอส-คลาส คันใหญ่แต่ขับคล่อง เครื่องยนต์แรงเหลือเฟือ ประหยัดตามธรรมชาติของดีเซล ห้องโดยสารหรูหรากว้างขวาง นั่ง 4-5 คนหลวมๆ พร้อมที่เก็บสัมภาระ หรือจะนั่ง 7 คนก็รองรับได้ ช่วงล่างถุงลมปรับไฟฟ้า มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานยาวเหยียดหลายรายการ สมราคา 8.859 ล้านบาท  ●

ขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


2020 Mercedes-Benz GLS 350d

Drunk Dont Drive