August 9, 2020
Motortrivia Team (6731 articles)

KPMG เผยผลวิจัย ชาวสิงคโปร์พร้อมใช้รถยนต์ไร้คนขับ

motortrivia

●  เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เผยรายละเอียดงานวิจัย 2020 KPMG AVRI ด้านดัชนีชี้วัดความพร้อมในการใช้รถไร้คนขับ (Driverless Car) ที่ใช้งานระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และความพร้อมของอุตสาหกรรมการผลิตรถไร้คนขับของแต่ละประเทศ โดยระบุว่า ประเทศสิงคโปร์อยู่ในอันดับ 1 ด้านความพร้อมจากช่วงที่ความต้องการใช้รถยนต์ไร้คนขับสูงขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19

●  งานวิจัยของเคพีเอ็มจีด้านดัชนีชี้วัดความพร้อมใช้ยานยนต์ไร้คนขับ หรือ KPMG Autonomous Vehicles Readiness Index (AVRI) บ่งบอกว่า แม้การประชาสัมพันธ์เรื่องรถยนต์ไร้คนขับจะลดลง แต่ความก้าวหน้ากลับเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องได้มุ่งเน้นความสำคัญไปที่กฎหมาย, กฎระเบียบในการรองรับ และการยอมรับทางสังคม ซึ่งการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังผลให้ความต้องการด้านคมนาคมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการมุ่งเน้นในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม อาจเป็นปัจจัยเร่งให้ทั่วโลกเกิดการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

●  งานวิจัย 2020 KPMG AVRI ครั้งที่ 3 นี้ มีการประเมินความก้าวหน้าของ 30 ประเทศและเขตปกครองในการปรับใช้และพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีความพร้อมเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ที่ผ่านมา

●  ริชาร์ด เธรลฟอลล์ (Richard Threlfall) ประธานฝ่ายโครงสร้างพื้นฐาน เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “เราเริ่มเห็นศักยภาพในการพลิกโฉมด้านต่างๆ จากเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ ซึ่งการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับให้เกิดความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพนั้นมีความก้าวหน้ามากขึ้น”

●  “ในอนาคตยานยนต์ไร้คนขับสามารถมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยกตัวอย่างเช่น การใช้มินิบัสไร้คนขับเพื่อการขนส่งสาธารณะ ซึ่งสามารถให้บริการได้ตามความต้องการของผู้โดยสาร (on-demand) เพื่อสนับสนุนต่อมาตรการ social distancing หรือการใช้ยานยนต์ไร้คนขับในการขนส่งสินค้าเพื่องดการติดต่อระหว่างผู้ส่งและผู้รับ (contactless delivery) เป็นต้น”

●  อย่างไรก็ตาม ความรวดเร็วในการนำรถยนต์ไร้คนขับมาใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ขึ้นอยู่กับการพัฒนา และการปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ ซึ่งดัชนี AVRI มีการประเมินทั้งหมด 28 หัวข้อ ภายใต้ 4 หมวดหมู่หลัก คือ (1) นโยบายและกฎหมาย (2) เทคโนโลยีและนวัตกรรม (3) โครงสร้างพื้นฐาน และ (4) การยอมรับของผู้บริโภค

10 อันดับประเทศและเขคปกครองด้านความพร้อมสำหรับรถยนต์ไร้คนขับ

  1. สิงคโปร์
  2. เนเธอร์แลนด์
  3. นอร์เวย์
  4. สหรัฐอเมริกา
  5. ฟินแลนด์
  6. สวีเดน
  7. เกาหลีใต้
  8. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  9. สหราชอาณาจักร
  10. เดนมาร์ก

หมายเหตุ : 5 ประเทศและเขตปกครองที่ได้รับการจัดอันดับใน 2020 AVRI เป็นครั้งแรกได้แก่: เบลเยียม (21), ชิลี (27), เดนมาร์ก (10), อิตาลี (24) และ ไต้หวัน (13)


●  รายงานของ KPMG ชี้ให้เห็นว่า ประเทศและเขตปกครองส่วนใหญ่มีการพัฒนาความพร้อมในการใช้งานรถยนต์ไร้คนขับ โดย 17 ใน 25 ประเทศและเขตปกครองที่มีการวิจัยในครั้งที่แล้ว ได้คะแนนค่าชี้วัดเพิ่มขึ้นในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการพัฒนาด้านการทดลองใช้งานและสถานที่สำหรับทดสอบยนต์ไร้คนขับ ซึ่ง 2 ใน 3 ของทั้งหมด (30 ประเทศ) มีการกำหนดสถานที่ที่ได้รับอนุญาตในการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับโดยเฉพาะ

●  ปีนี้สิงคโปร์เฉือนชนะเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นแชมป์ 2 สมัยใน 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่ช่วงปี 2019 สิงคโปร์มีมาตรการหลายด้านในการขับเคลื่อนการใช้รถยนต์ไร้คนขับอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันสิงคโปร์มีการออกมาตรฐานระดับประเทศสำหรับการใช้รถยนต์ไร้คนขับ และยังอนุญาตให้มีการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับบนท้องถนนถึง 1 ใน 10 ของถนนสาธารณะทั้งหมดของประเทศ

●  สิงคโปร์และเนเธอร์แลนด์ต่างเป็นผู้นำในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งรถในกลุ่ม EVs นี้นับเป็นเทคโนโลยีนำร่องของรถยนต์ไร้คนขับ โดยสิงคโปร์วางแผนที่จะเพิ่มปริมาณสถานีชาร์จแบตเตอรี่จาก 1,600 สถานี เป็น 28,000 สถานีภายในปี 2030 ส่วนเนเธอร์แลนด์นั้นเป็นประเทศที่มีสถานีชาร์จแบตเตอรี่มากที่สุด (ต่อจำนวนประชากร) ส่วนนอร์เวย์ซึ่งเป็นผู้นำของโลกในเชิงปริมาณการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ได้มีการทดลองใช้รถยนต์ไร้คนขับอย่างกว้างขวาง โดยมีการใช้รถบัสไร้คนขับในเส้นทาง 3 สายในกรุงออสโล

ความเคลื่อนไหวในประเทศอื่นๆ

●  ด้านสหรัฐอเมริกา พวกเขามีจุดเด่นอยู่ที่การเป็นศูนย์รวมของสำนักงานใหญ่ในอุตสาหกรรมการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับ ซึ่งมากถึง 420 บริษัท หรือนับเป็น 44% ของบริษัทในกลุ่มนี้ ครอบคลุมทั้งบริษัทเทคโนโลยี เช่น Waymo ของ Google หรือยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์อย่าง General Motors และ Ford ที่เริ่มแผนงานพัฒนาในส่วนนี้ด้วย

●  ฝั่งเกาหลีใต้ มีการพัฒนาด้านความพร้อมด้านรถยนต์ไร้คนขับมากที่สุดในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการวิจัยครั้งนี้ เกาหลีใต้อยู่ในอันดับที่ 7 เนื่องจากเกาหลีใต้ได้มีการประกาศยุทธศาสตร์ระดับประเทศในเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา เป้าหมายหลักคือลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนให้ได้ 3 ใน 4

●  ส่วนไต้หวันเพิ่งได้รับการจัดอันดับเป็นครั้งแรกในปีนี้ และอยู่ในอันดับที่ 13 ของดัชนี

เอเชียแปซิฟิกมีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด

●  ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด โดยมี 8 ประเทศและเขตปกครองในภูมิภาคที่ได้รับการจัดอันดับ

●  ชาราด โซมานี่ (Sharad Somani) ประธานฝ่ายโครงสร้างพื้นฐาน เคพีเอ็มจี เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เราได้เห็นหลายท้องที่เปิดรับเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ และได้รับการยอมรับมากขึ้นจากผู้กำหนดนโยบาย สังคม และนักวิจัย รวมไปถึงภาคธุรกิจ จีนและอินเดียได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาหลายๆ ด้านที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การใช้ยานยนต์ไร้คนขับและ EVs นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับรัฐบาลที่ต้องการจะปรับเปลี่ยนเมืองให้เป็น Smart City โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะสามารถทำให้โครงสร้างพื้นฐานของเมืองมีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนมากขึ้น”

●  “สิงคโปร์เองก็เป็นต้นแบบให้กับหลายๆ ประเทศ เขตปกครอง และเมือง ถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการส่งเสริมนวัตกรรมและการใช้ยานยนต์ไร้คนขับ ทั้งนี้ โอกาสที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการใช้ยานยนต์ไร้คนขับและ EV ให้เป็นปัจจัยหลักในการพลิกโฉมด้านการขนส่งสาธารณะ และการขนส่งสินค้า”

●  “การพัฒนานโยบาย มาตรการในการจัดการข้อมูล รวมไปการถึงกำหนดนโยบายด้านการจดทะเบียนและการทำประกันเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในเขตเมือง และการขนส่งสาธารณะเป็นหน้าที่ของส่วนปกครองในท้องที่ เราจึงเห็นส่วนปกครองท้องที่ของเมืองใหญ่ๆ เช่นปักกิ่ง มีการสนับสนุนมาตรการการใช้รถยนต์ไร้คนขับมากขึ้น”

ธิดารัตน์ ฉิมหลวง ประธานฝ่ายดูแลลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม เคพีเอ็มจี ประเทศไทย

ความเคลื่อนไหวของไทย

●  ธิดารัตน์ ฉิมหลวง ประธานฝ่ายดูแลลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม เคพีเอ็มจี ประเทศไทย กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีการทดลองใช้รถยนต์ไร้คนขับในเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน แต่พบว่าได้มีโครงการริเริ่มจากภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยในหลายโครงการด้วยกัน เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงาน กสทช. ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช และภาคเอกชน ดำเนินโครงการนำร่องรถอัจฉริยะไร้คนขับเพื่อยกระดับการแพทย์ของประเทศไทยสู่ยุค 5G เพื่อขนส่งยาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยไร้การติดต่อระหว่างผู้ส่งและผู้รับ ซึ่งถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไร้คนขับของไทย รวมไปถึงอุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุขในอนาคต”

●  “ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความพร้อมต่อการใช้ยานยนต์ไร้คนขับของประเทศไทย เราควรพัฒนา และดำเนินการใน 4 ด้านหลักด้วยกัน ได้แก่ นโยบายและกฎหมาย เทคโนโลยีและนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างการยอมรับจากผู้บริโภค”

●  ริชาร์ด เธรลฟอลล์ ให้ความเห็นในการเจาะลึกเมืองสำคัญจากดัชนีชี้วัดในครั้งนี้ว่า “เป็นครั้งแรกที่มีการสำรวจโครงการริเริ่มเกี่ยวกับยานยนต์ไร้คนขับในระดับเขตเทศบาลเมือง โดยมีการวิเคราะห์โครงการการพัฒนาใน 5 เมือง ได้แก่ ปักกิ่ง, ดีทรอยต์, เฮลซิงกิ, พิตต์สเบิร์ก และโซล โดยโครงการที่ผลักดันการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับที่น่าสนใจหลายโครงการนั้น เป็นโครงการระดับท้องถิ่น นำโดยเทศบาลเมือง หรือระดับรัฐ”

●  “ระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งรวมถึงแท็กซี่และรถบัสส่วนใหญ่ เป็นหน้าที่ของหน่วยปกครองท้องถิ่นมากกว่ารัฐบาลกลาง เพราะฉะนั้น การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในท้องที่ บางครั้งก็สำคัญกว่านโยบายของภาครัฐ”

●  สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิจัย AVRI และอนาคตของรถยนต์ไร้คนขับได้ที่ URL : home.kpmg/AVRI

เกี่ยวกับ เคพีเอ็มจี

●  เคพีเอ็มจี เป็นเครือข่ายระดับโลกของบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบบัญชี ภาษี กฏหมาย และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ โดยมีการดำเนินธุรกิจใน 147 ประเทศ และมีพนักงานมากกว่า 219,000 คนที่ทำงานร่วมกันในเครือข่ายสมาชิกทั่วโลก ซึ่งเคพีเอ็มจีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดำเนินธุรกิจใน 20 ประเทศและมีพนักงานมากกว่า 46,000 คน

●  ส่วน เคพีเอ็มจี ประเทศไทย นับเป็นสมาชิกของ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีเครือข่ายทั่วโลก โดยให้บริการด้านการสอบบัญชี ภาษี กฎหมายและให้คำปรึกษาทางธุรกิจเช่นกัน สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่เว็บไซท์ home.kpmg/th หรือแฟนเพจ facebook.com/KPMGinThailand

Drunk Dont Drive