July 7, 2022
Motortrivia Team (8041 articles)

Mercedes-Benz C 220 d AMG Dynamic ทดลองขับ ซี-คลาส ใหม่ ในสนามช้าง

เรื่อง – ภาพ – วีดิโอ : นาธัส แสงสุริยะ

●   เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ปิดสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับรถทั้งในกลุ่ม Mercedes-Benz และรุ่นแรงอย่าง Mercedes-AMG รวม 25 รุ่น โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ Mercedes-Benz C-Class ใหม่ ทีมงานมอเตอร์ทริเวียเข้าร่วมกิจกรรมนี้ โดยได้ทดลองขับ C 220 d AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 2,990,000 บาท ทำตลาดควบคู่กับ C 220 d Avantgarde ประกอบในประเทศเช่นกัน ราคา 2,590,000 บาท

●   ทั้ง 2 รุ่นย่อยใช้เครื่องยนต์รุ่นเดียวกัน เป็นแบบดีเซล 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว คอมมอนเรลเจเนอเรชั่นที่ 4 เทอร์โบชาร์จพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุ 1,993 ซีซี กำลังสูงสุด 147 กิโลวัตต์ หรือ 200 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนล้อหลัง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ถังน้ำมันจุ 66 ลิตร สมรรถนะเท่ากันทั้ง 2 รุ่นย่อย เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุดประมาณ 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ส่วนต่างสี่แสนบาท คุ้มหรือไม่อยู่ที่ใจคนซื้อ

●   มิติตัวรถของรุ่น C 220 d AMG Dynamic มีความยาว 4,793 มิลลิเมตร กว้าง 1,820 มิลลิเมตร สูง 1,446 มิลลิเมตร ยางหน้า 225/50 R19 ยางหลัง 255/35 R19 ส่วน C 220 d Avantgarde มีความยาว 4,751 มิลลิเมตร กว้าง 1,820 มิลลิเมตร สูง 1,437 มิลลิเมตร ยางหน้า 225/45 R18 ยางหลัง 245/40 R18

●   อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยจัดเต็มเท่ากันทั้ง 2 รุ่นย่อย ซึ่งเป็นแนวทางที่ดี ไม่ว่าจะซื้อรุ่นย่อยใดก็ควรได้ความปลอดภัยเท่ากัน ส่วนอุปกรณ์เพื่อความสวยงามและความสะดวกสบายก็แตกต่างกันหลายจุด C 220 d AMG Dynamic จะเพิ่มเติมในส่วนของระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, กระจังหน้า Mercedes-Benz Pattern พร้อมโลโก้เบนซ์, ชุดแต่งรอบคัน AMG Bodystyling, หลังคาพาโนรามิกซันรูฟไฟฟ้า, ช่วงล่างแบบ Sports พร้อมล้อแม็ก 19 นิ้ว ยางรถยนต์พร้อมโฟมลดเสียงรบกวน ยางเป็นแบบธรรมดา ไม่ใช่ Run-Flat มีชุดปะยางฉุกเฉิน TIREFIT ให้ และได้จานเบรกหน้าขนาดใหญ่พร้อมรูระบายความร้อน

●   ภายในทั้ง 2 รุ่นใช้มาตรวัดดิจิตอลเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้ว จอสัมผัสที่คอนโซลกลาง 11.9 นิ้ว C 220 d AMG Dynamic ได้เบาะนั่งแบบ Sports Seats, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control, ชุดแป้นคันเร่งและแป้นเหยียบแบบสปอร์ต, ตกแต่งห้องโดยสารแบบ AMG Line interior, วัสดุตกแต่งห้องโดยสารแบบ Black Open-Pore Aluminium Lines Wood Trim ด้านบนคอนโซลหน้าและด้านบนของแผงประตูหุ้มหนัง ARTICO ตกแต่งลายแบบ Nappa

●   แผงคอนโซลกลางแบบ High-Gross Black สีดำ, ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester®3D Surround Sound System และพรมปูพื้นพร้อมโลโก้ AMG ทั้ง 2 รุ่นย่อยติดตั้งระบบข้อมูลความบันเทิง MBUX โดย C 220 d AMG Dynamic ได้เพิ่มเติมในส่วนของการเชื่อมต่อ Music Streaming Service ระบบปรับรูปแบบเครื่องเสียงแบบส่วนตัว (Sound Personalization) ระบบแผนที่นําทางแบบ Hard-Disc Navigation พร้อมแผนที่แบบ 3 มิติ และระบบแผนที่นําทางพร้อมสภาพการจราจร Live Traffic Information

ภายนอกเรียบหรูแฝงความสปอร์ต

●   แม้มิติตัวรถค่อนข้างใหญ่ แต่ด้วยการออกแบบทำให้ตัวรถดูกระชับขึ้น มีการผสมผสานกันระหว่างความโค้งมนกับเส้นสายที่เฉียบคม เน้นความคลีนของเส้นสายที่ไม่รกรุงรัง และไม่หวือหวาหรือล้ำยุคเกินไป ดูทันสมัยและแข็งแกร่งมีพลัง ไฟหน้าทรงเพรียวเฉียงดูดุดันเข้ากับ Power Dome สันนูนบนฝากระโปรงหน้าและกันชนหน้าแบบสปอร์ต เบรกความดุไว้นิดด้วยกระจังลายดาวสามแฉกสีโครเมียม ดูมีมิติเมื่อเปลี่ยนมุมแสงตกกระทบ

●   ด้านข้างเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยล้อขนาดใหญ่ 19 นิ้ว เสียดายที่ลายล้อค่อนไปทางหรู ก้านถี่ไม่ได้โชว์จานเบรกเจาะรูกับคาลิเปอร์เบรก Mercedes-Benz ยางหน้าหลังแบบต่างขนาดตามสไตล์รถสมรรถนะสูงขับเคลื่อนล้อหลัง ระหว่างซุ้มล้อกับยางมีช่องว่างกำลังสวย ตัวถังด้านข้างคาดเส้นรับกันจากด้านหน้าจรดท้าย ทำให้พื้นผิวด้านข้างไม่ดูโล่งจนเกินไป ส่วนด้านท้ายดูโฉบเฉี่ยวสุดๆ ด้วยชุดไฟทรงเพรียวยาวโอบไปถึงด้านข้าง ฝากระโปรงท้ายยกสันเล็กน้อย และกันชนท้ายแบบสปอร์ตพร้อมช่องท่อไอเสียโครเมียม ท่อจริงเป็นแบบปลายกลมคู่ออกหลังกันชนฝั่งผู้โดยสาร ข้อดีของการออกแบบสไตล์นี้คือ กันชนจะไม่ดำจากควันและความร้อน

●   รูปลักษณ์ภายนอกและภายใน สวยคนและแบบต่างสไตล์ C 220 d AMG Dynamic ออกแนวสปอร์ต และให้อุปกรณ์มาตรฐานมากกว่า ส่วนรุ่น C 220 d Avantgarde ออกแนวเรียบหรู อุปกรณ์ต่างๆ ก็ครบครันไม่ขาดแคลน จะเลือกรุ่นไหนอยู่ที่ความชอบ เพราะส่วนต่าง 4 แสนบาทคงไม่ใช่ประเด็นสำหรับคนที่ซื้อรถระดับนี้ โดยส่วนตัวแล้วชอบรุ่น C 220 d AMG Dynamic เพราะดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวดี

ล้ำสมัยในความหรูสปอร์ต

●   เช่นเดียวกับภายนอก ห้องโดยสารของ ซี-คลาส ใหม่ ออกแบบได้อย่างพอดี มีความเรียบง่ายแต่ทันสมัย สภาพแวดล้อมที่มุ่งให้มีสมาธิกับการขับเป็นหลัก มีลูกเล่นแพรวพราวแต่เข้าใจง่าย การสั่งงานระบบต่างๆ ทำได้ง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้ พื้นที่ห้องโดยสารด้านหน้ากว้างขวางเหลือเฟือ แต่ถ้ามีผู้โดยสารด้านหลังอาจต้องขยับเบาะช่วยนิดหน่อยในส่วนของพื้นที่วางขา ส่วนพื้นที่เหนือศีรษะยังสบายๆ สำหรับความสูงระดับ 170 เซนติเมตร เพราะแนวหลังคาช่วงกลางยังมีส่วนราบ ไม่ได้โค้งหรือลาดลงด้านหลังทันที เป็นซีดานที่เน้นการนั่งด้านหลังแบบจริงจัง

●   เมื่อเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย ปรับตำแหน่งท่านั่งให้ถูกต้องและเหมาะสมกับสรีระแล้ว พบว่าทัศนวิสัยรอบคันอยู่ในเกณฑ์ดี โปร่งสบายตาไม่มีมุมอับ การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ มีความเรียบง่ายไม่ยุ่งเหยิง ส่วนหนึ่งเพราะแทบทุกระบบถูกรวมไว้ในจอสัมผัสที่คอนโซลกลางที่มีความคมชัดสูง ตอบสนองรวดเร็วทันใจ และมีการตัดแสงสะท้อนที่ดี

●   ปุ่มบนพวงมาลัยสั่งงานด้วยการกด สัมผัส และปัดเบาๆ เช่นเดียวกับการเปิด-ปิด ซันรูฟ ก็แค่แตะแล้วปัด คล้ายการใช้งานสมาร์ทโฟน ชุดมาตรวัดดิจิตอลปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ ที่ชอบใจเป็นพิเศษก็คือ เปลี่ยนจากมาตรวัดเป็นแผนที่นำทาง มองชัดเต็มตา ไม่ต้องเหลือบสายตาไปไหนไกล จอที่คอนโซลกลางก็ดีเด่นไม่แพ้กัน เป็นระบบสัมผัสใช้งานง่าย มีความละเอียดคมชัด และสามารถปรับตั้งให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ขับแต่ละคนได้ มีระบบจดจำโปรไฟล์ผู้ขับด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) มีลูกเล่นเป็นไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร ปรับได้ 64 เฉดสี และปรับความสว่างได้

●   พนักพิงเบาะหลังปรับองศามาพอเหมาะ และแยกพับได้แบบ 1/3 และ 2/3 ความสูงระดับ 170 เซนติเมตรนั่งเบาะหลังฝั่งผู้ขับได้สบาย พื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะยังเหลือ มีช่องแอร์กับที่เท้าแขนกลางเบาะหลังให้ ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 455 ลิตร และจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อพับพนักพิงเบาะหลัง

●   การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ดีสมราคารถ ขับในสนามช้างช่วงทางตรงใช้ความเร็วประมาณ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังไม่รู้สึกว่าเสียงลมดังรบกวน เร่งรอบแตะขีดแดง เสียงเครื่องยนต์ไม่ดังมาก และแทบไม่รู้สึกถึงความสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ดีเซล นอกจากห้องโดยสารจะเก็บเสียงได้ดีแล้ว เครื่องยนต์ก็ถูกพัฒนาให้ลดเสียงและความสั่นสะเทือนลงด้วย

ดีเซลในสนามแข่งก็สนุกได้

●   เครื่องยนต์ดีเซลยุคใหม่ คงข้อดีไว้คือ ให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ เร่งออกตัวได้ทันใจ มีแรงบิดสูงในช่วงรอบกว้าง และเพิ่มเติมข้อดี คือ ลากรอบได้สูงและลื่นไหลขึ้น ใช้โหมด Comfort ขับในสนามช้างใช้ความเร็วไม่เกินทักษะได้อย่างเพลิดเพลิน ไม่รู้สึกว่าอืด ออกจากโค้งเร่งลากรอบได้ทันใจ รอบกวาดได้อย่างลื่นไหลไปแตะขีดแดงที่แถวๆ 4,400 รอบต่อนาที โดยไม่ยากเย็นและไม่ต้องรีดเค้นหรือรอนาน ไล่ขึ้นความเร็วระดับ 175 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้สบายๆ ขับบนถนนหลวงเหลือเฟือแน่ๆ

●   เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ทำงานได้อย่างรวดเร็วฉับไวทั้งการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูงและลงต่ำแม้อยู่ในโหมด Comfort การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างนุ่มนวลและฉลาด อยู่ในเกียร์ D ปกติ ระบบก็มีการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำให้เอง เมื่อลดความเร็วลง ทำให้เร่งเพิ่มความเร็วได้อย่างทันใจไม่ต้องรอจังหวะคิ๊กดาวน์อีก ลองขับความเร็วปานกลางวนเล่นในสนาม ก็ขับได้อย่างราบเรียบนุ่มนวล คุมความเร็วได้ง่าย

ช่วงล่างรับมือได้สบาย

●   จะบอกว่าช่วงล่างเดิมๆ ของ ซี-คลาส ใหม่ ขับในสนามแข่งได้สบาย ก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะเท่าที่ลองขับอยู่หลายรอบก็ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงจัดจ้าน ขับเร็วเท่าที่คิดว่าควบคุมรถได้ แม้บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จะไว้ใจให้ขับกันเองไม่มีเจ้าหน้าที่นั่งไปด้วย เปิดสนามให้ขับกันเต็มที่ ไม่มีไพลอนดักลดความเร็วใดๆ

●   ซี-คลาส ใหม่ ใช้ระบบกันสะเทือนอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหน้าแบบ 4 ลิงก์ และด้านหลังมัลติลิงก์ มาพร้อมช่วงล่างแบบ Sports Suspension ซึ่งเป็นแพกเกจของรุ่น AMG Dynamic ล้อ 19 นิ้วกับยางหน้ากว้างแก้มเตี้ย ทำให้ขับในสนามแข่งได้อย่างเพลิดเพลิน ใช้ความเร็วได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องหลุมบ่อหรือสิ่งกีดขวาง ยกเว้นจะขับแหกลงไปหาบ่อกรวดเอง ซึ่งก็เกิดขึ้นได้ยาก ถ้าใช้ความเร็วที่เหมาะสม และรถก็มีระบบช่วยเหลือมากมาย

●   นอกจากการยึดเกาะถนนที่ดีแล้ว อีกปัจจัยที่ทำให้ขับในสนามได้สนุกก็คือ ความคล่องแคล่วและตัวรถที่สมดุล ขับเข้า-ออกจากโค้งแคบๆ ได้อย่างมั่นคงและเบาแรง ตัวรถตอบสนองฉับไว และมีสมดุลที่ดี ทำให้ขับง่ายควบคุมง่ายแม้ไม่ใช่นักขับรถแข่ง ยิ่งขับหลายรอบ ชินกับรถและชินกับสนาม ก็ยิ่งสนุกกับการขับ ใช้ความเร็วสูงขึ้นได้นิดหน่อย ยกคันเร่งช้าลงได้ เบรกลึกได้ รู้สึกว่าตัวรถไปด้วยกันทั้งคัน ไม่มีอาการบิดตัวหรือแกว่งโคลง ย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้ขับเร็วจัดจ้านเต็มสมรรถนะรถ ขับเร็วแค่เท่าที่ขับไหว และเปิดทุกระบบช่วยเหลือตลอดการขับ

●   ระบบเบรกไม่ได้รับการทดสอบหนักหน่วงเท่าไร เพราะส่วนมากจะยกคันเร่งล่วงหน้าก่อนถึงจุดเบรกค่อนข้างไกล แล้วค่อยๆ เพิ่มแรงเบรกเข้าไปทีละนิด ไม่ได้เบรกลึกแล้วกดเบรกหนักๆ ระบบสร้างแรงเบรกในระดับที่หนักหน่วงไว้ใจได้ และคุมแรงเบรกได้ง่าย ขับวนหลายรอบเบรกต่อเนื่องที่ความเร็วค่อนข้างสูง เบรกยังคงประสิทธิภาพที่ดีไว้ได้

●   หลังจากทดลองขับ C 220 d AMG Dynamic ในสนามช้างหลายรอบ พอใจกับการตอบสนองของเครื่องยนต์ดีเซล ที่เร่งได้ลื่นไหลและทันใจ ขับในสนามแข่งโล่งๆ ยังไม่รู้สึกว่าช้า เกียร์ 9 จังหวะ ฉลาดนุ่มนวลว่องไว และยังให้ความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่คุ้นเคย พวงมาลัย ระบบกันสะเทือน และยาง ปรับเซตมาให้ขับสนุก มีการตอบสนองที่ดี และควบคุมง่าย เป็นรถถนนที่ขับในสนามแข่งได้ดี ห้องโดยสารรองรับผู้ใหญ่ได้ 4 คน แบบต้องแบ่งปันกันนิดๆ รูปร่างหน้าตาทั้งภายนอกและภายในก็ว่ากันไปตามรสนิยมส่วนตัว     ●

ขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

Download the new C-Class Saloon Brochure

Download the new C-Class Saloon Spec Sheet

Test Drive : 2022 Mercedes-Benz C 220 d AMG Dynamic

2022 Mercedes-Benz C 220 d AMG Dynamic / C 220 d Avantgarde