March 20, 2023
Motortrivia Team (10496 articles)

2023 Honda CR-V เจนเนอเรชั่น 6 เปิดตัวใน บางกอก มอเตอร์ โชว์

ภาพ : พัลลภ สื่อสัมฤทธิ์

●   ฮอนด้า ประเทศไทย เปิดตัวคอมแพคท์ ครอสโอเวอร์ SUV รุ่นสำคัญ Honda CR-V รุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่น 6 ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2023 เบื้องต้นการจำหน่ายจะแยกเป็นรุ่นฟูลไฮบริด e:HEV และรุ่นเบนซิน 1.5 เทอร์โบชาร์จ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,419,000 บาท ใครสนใจชมคันจริง รุ่น 1.5 เทอร์โบจะลงโชว์รูมตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป ส่วนรุ่น e:HEV จะลงโชว์รูมในช่วงเดือนเมษายน 2566

●   CR-V ใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เทียบกับรุ่นปัจจุบันตัวเลขความยาวรวมจะอยู่ที่ 4,694 – 4,703 มม. (+159 หรือ +103 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) กว้าง 1,866 มม. (+81 มม.) สูง 1,682 มม. (+2 มม.) ความยาวฐานล้อจากหน้า-หลัง 2,701 มม. (+76 มม.) ผู้โดยสารทางด้านหลังจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นพอสมควร

●   ตัวรถมากับกระจังหน้าสีดำ Piano Black, ตกแต่งด้วยโครเมียม (เฉพาะรุ่น E), กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับ/พับไฟฟ้าอัตโนมัติ, ชุดไฟหน้า LED, ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential, ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED, ไฟท้าย LED, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ, เสาอากาศครีบฉลาม, ปลอกท่อไอเสียสเตนเลสคู่, ฝากระโปรงท้ายเปิด/ปิดไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบ Hands-Free Power Tailgate with Walk Away Close ปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ

●   ห้องโดยสารมีเลย์เอาท์เบาะแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง… รุ่น 5 ที่นั่งเบาะหลังปรับพับได้แบบเรียบ หรือ Utility Mode และสามารถปรับพับเบาะด้านหน้าและด้านหลังได้แบบ Long Mode เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว ส่วนรุ่น 7 ที่นั่ง (รุ่น EL 4WD) สามารถปรับพับเบาะแถว 3 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระด้านท้ายได้ ในขณะที่ผู้โดยสารแถว 2 สามารถนั่งได้อย่างสบาย หรือปรับพับเบาะทั้งแถว 2 และแถว 3 ในแบบ Utility Modeได้ หรือปรับพับเบาะด้านหน้าและด้านหลังทั้งแถวที่ 2 และ 3 ในแบบ Long Modeได้เช่นกัน

●   อุปกรณ์มาตรฐานมีจอ Head-up Display (เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD), มาตรวัดพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับแบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว (ยกเว้นรุ่น E ขนาด 7 นิ้ว), จอทัชสกรีนแบบ Advanced Touch ขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Android Auto หรือ Apple CarPlay แบบไร้สาย, ระบบนำทาง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD), ถาดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย, ชุดเครื่องเสียง BOSE พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD), พอร์ท USB 4 ตำแหน่ง แยกเป็น USB Type-C รวม 3 ตำแหน่ง

●   นอกจากนี้ยังมี ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ พร้อม Honda Smart Key Card (เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD), ฟังก์ชั่น Driver Memory Seat บันทึกตำแหน่งเบาะผู้ขับ, ชุดไฟ Ambient Light สำหรับเพิ่มบรรยากาศซึ่งมีการติดตั้งแบบหลายตำแหน่งเป็นครั้งแรกใน CR-V, ระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร Plasmacluster (รุ่น e:HEV ES และ e:HEV RS 4WD), ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอิสระซ้าย/ขวา i-Dual Zone (เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD), ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3 (เฉพาะรุ่น EL 4WD) และไฟอ่านหนังสือด้านหลัง LED แบบสัมผัส

●   รุ่นย่อย e:HEV RS 4WD ซึ่งนับเป็นรุ่น RS รุ่นแรกในไลน์อัพ CR-V ตกแต่งแบบเฉพาะตัวด้วยตราสัญลักษณ์ RS บนกระจังหน้า, กันชนหน้า/หลังสีเดียวกับตัวรถ, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวสีดำ Piano Black, ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว, ชายกันกระแทกด้านข้างสีเดียวกับตัวรถ, คิ้วตกแต่งประตูข้างสีดำ Gloss Black, สปอยเลอร์หลังสีเดียวกับตัวรถ และสีดำ Piano Black, เสาอากาศครีบฉลามสีดำ Piano Black และไฟตัดหมอกหลังแบบ LED

●   ห้องโดยสารของรุ่น e:HEV RS 4WD ตกแต่งด้วยอลูมิเนียมปัดเงาและสีดำ Piano Black, พวงมาลัยสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง, เบาะหนังสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง และชุดแป้นเหยียบแบบสปอร์ต

●   ชุดระบบความปลอดภัย Honda SENSING มี ระบบ Auto High-Beam ปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบ Adaptive Driving Beam ไฟหน้า LED อัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในเวลากลางคืน และปรับองศาของแสงไฟเพื่อลดการรบกวนรถด้านหน้าและคนเดินถนน, ระบบ Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ, ระบบ Lead Car Departure Notification System ช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่, ระบบ Collision Mitigation Braking System เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรค, ระบบ Lane Keeping Assist System ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบ Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกเลน

●   เสริมด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทาง Multi-view Camera System (ยกเว้นรุ่น E), ระบบ Active Cornering Light ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว, ระบบ Honda LaneWatch แสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน, Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย, ระบบ Deceleration Paddle Selectors ช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (รุ่น e:HEV ES และ e:HEV RS 4WD), เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด ด้านหลัง 4 จุด, ระบบ Hill Descent Control ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน และระบบ Driver Attention Monitor ช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับ

●   ระบบขับเคลื่อนเลือกได้ระหว่าง ฟูลไฮบริด e:HEV ใช้เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson-Cycle แบบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงตรง จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวแรกทำหน้าที่เป็น Motor Generator สร้างกระแสไฟฟ้า อีกตัวทำหน้าที่เป็น Motor Drive ขับเคลื่อนล้อ ส่งกำลังด้วยเกียร์ E-CVT เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แพคชนิด ลิเธียม-ไอออน กำลังสูงสุดประมาณ 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 34.1 กก.-ม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 20.8 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียประมาณ 113 กรัม/กม.

●   รุ่นย่อย E และ e:HEV ES มากับระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ส่วนรุ่น ES 4WD, EL 4WD และ e:HEV RS 4WD ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตโนมัติ Real Time AWD with E-DPS

●   ทั้งนี้ ตัวชุดระบบขับเคลื่อน e:HEV นั้นจะสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานตามสถานการณ์ได้ 3 รูปแบบ คือโหมดการขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode), โหมดการขับแบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) ผู้ขับสะดวกด้วยสวิทซ์ Drive Mode Switch ซึ่งสามารถเลือกปรับโหมดการขับได้ 3 แบบระหว่าง Sport, Normal หรือ Econ

●   ส่วนรุ่นเทอร์โบ ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงตรง อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 24.7 กก.-ม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 14.3 กม./ลิตร (รุ่น E) รองรับน้ำมัน E85

●   นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซีอาร์-วี คือหนึ่งใน Global Model รุ่นสำคัญของฮอนด้าที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย และครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เจเนอเรชันแรก โดยในประเทศไทย ซีอาร์-วี ได้เข้ามาเปิดตลาดเอสยูวีและทำให้รถเอสยูวีเป็นที่นิยมยิ่งขึ้น อีกทั้งส่งผลให้ฮอนด้าขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดเอสยูวีมาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลากว่าเกือบ 3 ทศวรรษ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ฮอนด้า ซีอาร์-วี คือรถที่อยู่ในใจของคนไทยมาโดยตลอด ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 183,000 คัน”

●   “ครั้งนี้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชันที่ 6 พร้อมมอบคุณค่าใหม่ที่ยกระดับมาตรฐานของเอสยูวีไปอีกขั้น ทั้งดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมลงตัวในทุกมิติ สมรรถนะการขับขี่ทรงพลังของ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อน ระบบฟูลไฮบริด e:HEV และขุมพลังเทอร์โบ ภายในกว้างขวาง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายระดับพรีเมียม และมั่นใจได้ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัย โดยการเปิดตัว ซีอาร์-วี ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัปเอสยูวีของฮอนด้าและตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเอสยูวี อีกทั้งขับเคลื่อนยอดขายกลุ่ม e:HEV ของฮอนด้าให้เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในประเทศไทยอีกด้วย”

ราคาจำหน่าย

●   CR-V ใหม่เลือกสีภายนอกได้ 6 สีระหว่าง น้ำเงิน Canyon River Blue Metallic (สีใหม่ เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD และ e:HEV ES), แดง Ignite Red Metallic (เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD), ขาว Platinum White Pearl (เพิ่ม 12,000 บาท), เทา Meteorite Gray Metallic, เงิน Lunar Silver Metallic หรือดำ Crystal Black Pearl (เพิ่ม 8,000 บาท)

  • CR-V e:HEV RS 4WD : 5 ที่นั่ง ราคา 1,729,000 บาท
  • CR-V e:HEV ES : 5 ที่นั่ง ราคา 1,589,000 บาท
  • CR-V EL 4WD : 7 ที่นั่ง ราคา 1,649,000 บาท
  • CR-V ES 4WD : 5 ที่นั่ง ราคา 1,599,000 บาท
  • CR-V E : 5 ที่นั่ง ราคา 1,419,000 บาท

●   ข้อเสนอพิเศษ จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 – 31 พฤษภาคม 2566 ฟรีประกันภัย 1 ปี, ดอกเบี้ย 2.29%, ฟรีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถ Honda Ultimate Care ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง Honda 24hr Roadside Assistance

●   รุ่น e:HEV ฟรีค่าแรงในการเช็คระยะตามตารางการบำรุงรักษาเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

●   สำหรับชุดแต่ง Modulo มีให้เลือกติดตั้งเพิ่มเติมหลายรายการ อาทิ สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต ราคา 12,000 บาท, คิ้วตกแต่งกระจังหน้า ราคา 3,900 บาท, บันไดข้าง ราคา 16,500 บาท, ไฟส่องสว่างประตูคู่หน้าแบบ LED (1 ชุดมี 2 ชิ้น) ราคา 4,350 บาท, คิ้วขอบห้องสัมภาระ LED ราคา 8,000 บาท และชุดเสริมหลังคาคู่พร้อมชุดบรรทุกสัมภาระหลังคา ราคา 27,500 บาท

●   นอกจากนี้ยังมีแพคเกจชุดแต่งรอบคัน ประกอบด้วย [1] ชุดแต่ง Elegant Package ราคา 31,000 – 32,500 บาท สำหรับรุ่น e:HEV RS 4WD ในแพคเกจประกอบด้วย กันชนหน้าแบบสปอร์ต, ชุดตกแต่งกันชนด้านหลัง, คิ้วตกแต่งกระจังหน้า และชุดตกแต่งประตูข้าง [2] ชุดแต่ง Premium Sport Package ราคา 43,500 – 45,000 บาท สำหรับรุ่น e:HEV RS 4WD ประกอบด้วย กันชนหน้าแบบสปอร์ต, ชุดตกแต่งกันชนด้านหลัง, คิ้วตกแต่งกระจังหน้า, บันไดข้าง และชุดตกแต่งฝาท้ายคิ้วโครเมียม [3] ชุดแต่ง Exhaust Pipe Finisher Package ราคา 2,500 บาท ประกอบด้วยปลอกท่อไอเสียสเตนเลส 2 ชิ้น

●   สนใจรายละเอียดของชุดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม เชิญได้ที่ www.hondaaccess.co.th/products/crv

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่เว็บไซท์ : www.honda.co.th หรือเฟซบุ๊ค แฟนเพจ : facebook.com/hondathailand หรือแอด LINE : Honda หรือติดต่อศูนย์บริการฮอนด้าตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02-341-7777 หรือสอบถามข้อมูลจากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซท์ พร้อมลงทะเบียนทดลองขับได้ทาง www.honda.co.th/testdrive         ●

Grand Opening : 2023 Honda CR-V