August 11, 2023
Motortrivia Team (10669 articles)

First Look : Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic

เรื่อง – ภาพ – วีดิโอ : นาธัส แสงสุริยะ

●   ทีมงานมอเตอร์ทริเวีย ได้รับโอกาสดีในการเข้าชม เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLC 350e โฉมใหม่โมเดลเชนจ์ รหัสตัวถัง X254 เปิดตัวในไทยด้วยราคา 4,180,000 บาท โดยมีเวลาสัมผัสคันจริงประมาณ 1 ชั่วโมง ตัวรถใหญ่กว่ารุ่นเดิม รหัสตัวถัง X253 ในทุกมิติ มีความยาว 4,716 มิลลิเมตร กว้าง 1,890 มิลลิเมตร สูง 1,643 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,888 มิลลิเมตร

●   ภายนอกออกแบบภายใต้แนวคิด Sensual Purity ตกแต่งด้วย AMG Exterior Package อัพเกรดไฟหน้าเป็นแบบ Digital Light ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีเดียวกับ เอส-คลาส และซี-คลาส พร้อมเทคโนโลยี Ultra Range Highbeam ส่องไกล 650 เมตร ทำงานควบคู่กับกล้องบริเวณกระจกหน้า เพื่อประมวลสภาพถนนและรถยนต์ รวมถึงบรรยากาศต่างๆ เพื่อปรับไฟหน้าให้ได้ความปลอดภัยสูงสุด มาพร้อมโหมด Adaptive Highbeam Assist Plus, Cornering light, Active light function และ Enhanced fog light function

●   กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่แบบ A-Shape Design เพิ่มไฟส่องพื้นเป็นโลโก้เบนซ์ ใช้กระจกแบบกันความร้อนและเสียงรบกวน หลังคาพาโนรามิก กลาส รูฟ พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า สั่งงานด้วยระบบสัมผัส กระจกมองข้าง ย้ายไปติดตั้งบนตัวรถ เพิ่มมุมมองด้านข้าง ลดมุมอับเวลาเลี้ยว มีไฟเลี้ยวและกล้องทั้งซ้ายและขวาสำหรับระบบกล้อง 360 องศา ยางหน้าหลังแบบต่างขนาด ด้านหน้า 255/45/20 ด้านหลัง 285/40/20

●   ด้านท้ายเปลี่ยนชุดไฟท้ายเป็นทรงแบนเพรียว กับตัวถังด้านหลังที่โป่งออกมารับกับชุดยางหลังขนาดใหญ่ ทำให้ตัวรถดูมั่งคงแข็งแรง กันชนท้ายแบบ AMG ตกแต่งด้วยช่องท่อไอเสียซ้าย-ขวา บนหลังคาติตตั้งสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3

●   ห้องโดยสาร ตกแต่งแบบ AMG Interior Package พวงมาลัยเจนเนอเรชั่นใหม่ ออกแบบเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยในการใช้งาน เป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นระบบสัมผัส Touch Control มาตรวัด Digital Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ จอกลางระบบสัมผัส ขนาด 11.9 นิ้ว ใช้แสดงข้อมูลและเป็นศูนย์กลางการปรับแต่งระบบต่างๆ ของรถ รองรับการสั่งงานด้วยเสียง 27 ภาษา เริ่มสั่งงานด้วยคำว่า Hey Mercedes หรือ สวัสดี เมอร์เซเดส ทำงานร่วมกับกล้อง 360 องศา ที่เปลี่ยนมุมมองและซูมได้ด้วยระบบสัมผัส เครื่องเสียง Burmester ระบบเสียงรอบทิศทาง 3 มิติ กำลังขับ 710 วัตต์ ลำโพง 15 ตัว เพิ่มสีสันด้วยไฟ Premium Ambient Lightning 64 เฉดสี ภายในมีทั้งแบบสีดำล้วนและสีทูโทนดำแดง

●   เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง มีรองต้นขาและดันหลังไฟฟ้า 3 หน่วยความจำ คอนโซลกลางตกแต่งด้วยสีดำเงา และ เมทัล สตรัคเจอร์ ทริม ส่วนคอนโซลหน้าและแผงประตูหุ้มหนัง  Artico เบาะหลังมีที่เท้าแขนตรงกลาง แยกพับด้วยระบบไฟฟ้า เมื่อพับพนักพิงลงแล้วจะได้ความจุเพิ่มขึ้นจาก 470 เป็น 1,530 ลิตร เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม GLC ใหม่มีที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุเพิ่มขึ้นถึงกว่า 70 ลิตร ทั้งที่แบตเตอรี่ไฮบริด ที่เป็นแบบลิเธียม ไอออน มีความจุเพิ่มขึ้นเกือบ 2.5 เท่า จากเดิม 13.5  เพิ่มเป็น 31.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง

●   รุ่นเดิมขับในโหมดไฟฟ้าได้ 49 กิโลเมตร จากการทดสอบแบบ WLTP เพิ่มเป็น 120 กิโลเมตร เมื่อทดสอบในโหมดเดียวกัน และรุ่นเดิมทำความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรุ่นใหม่นี้ทำได้ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●   รองรับ DC Charge สูงถึง 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ไม่ถูกรบกวนพื้นที่จากแบตเตอรี่ไฮบริดมากนัก เพราะมีการออกแบบแบตเตอรี่ให้ห่อหุ้มเพลาหลังและเพลากลางของรถไว้ด้วย แบตเตอรี่ไม่ได้เป็นทรงเหลี่ยมตายตัว ทำให้สามารถติดตั้งในตำแหน่งที่ต่ำลง และเลื่อนเข้าสู่ศูนย์กลางรถได้มากขึ้น และใช้ยางหลังหน้าวกว้างขึ้นได้

●   ตัวรถออกแบบไว้ให้ลุยได้จริง โดยเพิ่มระยะต่ำสุดขึ้นอีก 20 มิลลิเมตร แต่ไม่ได้ทำให้ความสูงตัวรถโดยรวมเพิ่มขึ้น มีระบบฝากระโปรงหน้าโปร่งใส หรือ Transparent Bonnet ใช้กล้องหน้าถ่ายภาพพื้นด้านหน้าไว้ และประมวลผลออกมาเป็นภาพใต้ท้องรถช่วงเพลาล้อหน้า เพื่อให้ผู้ขับหลบหลีกอุปสรรคเมื่อขับบนทางออฟโรดทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบถุงลม ปรับสมดุลอัตโนมัติเมื่อมีผู้โดยสารหรือสัมภาระด้านหลัง

●   เครื่องยนต์บล็อกใหม่ รหัส M254 เป็นแบบเบนซิน 4 สูบ 1,999 ซีซี 204 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 320 นิวตันเมตร 2,000-4,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร ได้กำลังรวมทั้งระบบ 313 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.7 วินาที ท๊อปสปีด 218 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สมรรถนะโดยรวมด้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย เพราะเมอร์เซเดส-เบนซ์ เน้นเรื่องการลดมลพิษมากขึ้น ถ้าปรับจูนให้เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงมากๆ เครื่องยนต์ก็ต้องทำงานหนักขึ้น ปล่อยมลพิษมากขึ้น ในรุ่นใหม่นี้จึงปรับระบบไฮบริดให้มีความสมดุลระหว่างแรงม้ากับอัตราการปล่อยมลพิษ

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่เว็บไซท์ : www.mercedes-benz.co.th หรือเฟซบุ๊ค แฟนเพจ : facebook.com/MercedesBenzThailand หรืออินสตาแกรม : instagram.com/mercedesbenzthailand หรืออี-เมล [email protected]

First Look : 2023 Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic