September 1, 2023
Motortrivia Team (10515 articles)

2023 Lexus LM โฉมใหม่ เจนเนอเรชั่น 2 เปิดราคาจำหน่ายในไทย

ภาพ : จันทนา เจริญทวี

●   หลังการเปิดตัวมินิแวนรุ่นยอดนิยม Toyota Alphard และ Toyota Vellfire รุ่นใหม่เจนเนอเรชั่น 4 ในบ้านเรา ตามกรอบเวลาก็ต้องเป็นคิวของเวอร์ชั่นสุดหรูอย่าง Lexus LM รุ่นใหม่เจนเนอเรชั่น 2 ซึ่งผลิตขึ้นบนแพลทฟอร์ม TNGA (แพลทฟอร์มย่อย GA-K) เช่นเดียวกัน โดยการเผยโฉมในตลาดโลกเป็นครั้งแรกยังคงมีขึ้น Shanghai Auto Show เช่นเดียวกับรุ่นแรก

●   LM ใหม่มากับกระจังหน้าทรง Spindle grille ที่ดูคมคายขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเลกซัสเรียกว่า Lexus’s Resolute Look และนำมาออกแบบให้เป็น Unified Spindle ที่เสริมความเด่นด้วยลายกระจังหน้าแบบ 6 เหลี่ยม, ชุดไฟหน้าและไฟวิ่งกลางวันออกแบบใหม่ทั้งหมด, ด้านข้างตัวรถดูเรียบหรูกว่า Alphard / Vellfire ที่มีการเล่นระดับ, กระจกมองข้างรูปทรงพิเศษ ออกแบบมาเพื่อช่วยลดเสียงรบกวนขณะอากาศไหลผ่าน ด้านท้ายติดตั้งไฟท้าย L-Signature ขนาดใหญ่ เสริมด้วยโคมไฟแนวนอนด้านบนชุดไฟหลัก และกระจกทุกบานเป็นแบบ Acoustic Glass กันเสียง ช่วยลดเสียงรบกวน

●   ขนาดตัวของ LM ใหม่มีความยาวรวมอยู่ที่ 5,125 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,955 มม. ระยะฐานล้อ 3,000 มม. เทียบกับรุ่นก่อนหน้าจะใหญ่ขึ้นในทุกมิติ แม้จะมีความยาวฐานล้อที่เท่ากัน

●   ห้องโดยสารรุ่น 7 ที่นั่ง มากับอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ มาตรวัดฟูลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, จอทัชสกรีนขนาด 14 นิ้วแบบ EMV รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto หรือ Apple CarPlay และระบบ Lexus Navigation พร้อมแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอดรอบคัน และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ Lexus Teammate Advanced Park และเซนเซอร์ช่วยจอด, ชุดเครื่องเสียงพรีเมี่ยมระบบเสียงรอบทิศทางจาก Mark Levinson, ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง แบ่งเป็นจอติดเพดานขนาด 14 นิ้ว สำหรับรถรุ่น 7 ที่นั่ง หรือจอกว้างพิเศษขนาด 48 นิ้ว สำหรับรุ่น 4 ที่นั่ง

●   ต่อด้วยพวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งด้วยลายไม้ Bengala, กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างบริเวณที่นั่งด้านหน้า, ม่านบังแดดประตูบานเลื่อนแบบไฟฟ้า, กล่องคอนโซลกลาง, ช่องเก็บของด้านหน้าพร้อมฝาปิด, ที่วางแขนเบาะหลังพร้อมโต๊ะวางของที่ติดตั้งอยู่ในที่วางแขน, ที่วางแก้วบริเวณที่นั่งแถวแรก และแถวที่สอง, ช่องเก็บของข้างประตูหน้า, ช่องวางแก้วน้ำบริเวณประตูด้านหน้า – ประตูบานเลื่อน และที่นั่งด้านหลัง พร้อมไฟแอมเบียนท์ที่เลือกได้ 50 สี 14 รูปแบบ

●   สะดวกด้วยระบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระ 4 โซน เลือกระดับความเย็นได้แบบส่วนตัวสำหรับทั้งผู้โดยสารแถวหน้า และผู้โดยสารแถวหลัง, ระบบระบายอากาศด้านหลังปรับองศาได้, เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมสวิตช์ควบคุมการบันทึกตำแหน่งซึ่งบันทึกได้ 3 แบบ, เบาะคู่หน้าและแถวสองมีระบบระบายอากาศ และระบบอุ่นเบาะ, ฟังก์ชั่นะนวดไฟฟ้าที่นั่งแถวสอง, เบาะเสริมรองรับต้นขาสำหรับที่นั่งที่นั่งแถวสอง, เบาะเสริมด้านหลังแถวที่ 3 พับแยกได้แบบ 50/50, แผงควบคุม วอล์ค-อิน สวิตช์ สำหรับเข้าไปยังที่นั่งแถวสอง, รางเลื่อนแบบไฟฟ้า

●   ระบบประตูกลอนอิเล็กทรอนิกส์ (E-latch) พร้อมการปิดประตูที่ง่ายขึ้น, ปุ่มควบคุมประตูด้านข้างเป็นสวิตช์แบบ see-saw, ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบบันทึกตำแหน่งหยุดอัตโนมัติ

●   ฟังก์ชั่นการต่อพ่วงมีพอร์ท USB ที่คอนโซลกลาง พร้อมพอร์ท HDMI / ช่องจ่ายไฟ ที่คอนโซลกลางที่นั่งโดยสาร (รุ่น 7 ที่นั่ง), พอร์ท USB และ HDMI 2 ช่องที่กล่องคอนโซลกลางระหว่างที่นั่ง (รุ่น 4ที่นั่ง) และพอร์ท USB 4 ช่องที่นั่งด้านหลัง (รุ่น 4ที่นั่ง)

●   นอกจากนี้ รุ่น 4 ที่นั่งยังมีกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่าง LED บริเวณที่นั่งแถว 2, ผนังกั้นพร้อมกระจกลดแสงเพื่อความเป็นส่วนตัว พร้อมตู้ทำความเย็นส่วนบุคคล และช่องเก็บของด้านล่างผนังกั้น, กล่องคอนโซลระหว่างเบาะนั่ง, ช่องเก็บอุปกรณ์อเนกประสงค์ และขาตั้งร่ม

●   ชุดระบบความปลอดภัยในกลุ่ม ADAS Lexus Safety System + 3.0 ประกอบด้วย ระบบ Adaptive High-beam ไฟสูงอัจฉริยะ, ระบบ Pre-Collision System ป้องกันก่อนการชน, ระบบ Dynamic Radar Cruise Control System ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบ Lane Departure Alert ช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมฟังก์ชั่นหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ, ระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน, ระบบ Blind Spot Monitor เตือนมุมอับสายตา และระบบ Brake Posture Control (Pitch & Roll)

●   ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.5-ลิตร Dual VVT-i จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH ส่งกำลังด้วยเกียร์ eCVT พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ E-Four กำลังรวมทั้งระบบผลิตได้ 250 แรงม้า (PS) ความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 17.9 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 128 กรัม/กม. มาตรฐาน Euro 6

●   โหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง Normal, Eco, Sport, Rear Comfort หรือกำหนดเอง ช่วงนุ่มนวลด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson strut ด้านหลังแบบ Double wishbone พร้อมช๊อคฯ แบบ Adaptive Variable Suspension (AVS) และ Frequency Sensitive Piston Valve

มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่

●   มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “The All-New Lexus LM เป็นยนตรกรรมไฟฟ้า Lexus Electrified รุ่นล่าสุด ภายใต้ Lexus Chapter of Design Concept หลังจากความสำเร็จของรุ่น All-New NX, RX และรถ BEV เต็มรูปแบบ รุ่น RZ โดยเลกซัสได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2536 และปีนี้เป็นวาระครบรอบ 30 ปีของเลกซัส ขอขอบคุณลูกค้าในประเทศไทยทุกท่าน สำหรับความไว้วางใจ และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง”

●   “วิสัยทัศน์ของเลกซัสคือ การทำให้ความหรูหราเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เรามุ่งสร้างประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์ โดยเปลี่ยนฟังก์ชันให้เป็นความชื่นชอบ เปลี่ยนสมรรถนะให้เป็นความหลงใหล และเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เหนือกว่าจินตนาการ โดยคุณค่าหลักอันสำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งของเลกซัส นั่นคือ Omotenashi สื่อถึงจิตวิญญาณการบริการที่เหนือความคาดหมาย ซึ่งฝังรากลึกในวัฒนธรรมของญี่ปุ่น การปรนนิบัติลูกค้าให้ผ่อนคลายดั่งการได้พักผ่อนอยู่ในบ้านของตน การเข้าใจความต้องการ และมอบบริการยอดเยี่ยมเหนือความคาดหมาย”

●   “All-New Lexus LM จะมาสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของเลกซัสในประเทศไทย รถรุ่นนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม และเป็นรถรุ่นหลักที่มียอดขายลำดับต้นๆ ในกลุ่มรถ Minivan ระดับหรู โดย LM ย่อมาจาก Luxury Mover สื่อถึงความตั้งใจในการพัฒนารถรุ่นนี้เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้า ที่ต้องการใช้รถ MPV แบบมีคนขับ วันนี้เรามีความยินดีที่จะแนะนำ All-New Lexus LM ด้วยการออกแบบของเลกซัสเจเนอเรชันใหม่ทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ นำเสนอทั้งความคล่องแคล่ว ความหรูหรา และความสง่างาม พร้อมที่จะพาทุกท่านไปสู่อีกขั้นของ Omotenashi สร้างสภาพแวดล้อมอันผ่อนคลาย ราวกับว่าอยู่ภายในห้องสวีทของโรงแรมสุดหรู หรือห้องทำงานเคลื่อนที่ ยิ่งไปกว่านั้น เอกลักษณ์การขับขี่เฉพาะแบบเลกซัส ยังได้ถูกผสานเข้ากับ The All-New LM นี้ ผ่านพลวัตขับเคลื่อนอันทรงพลังดั่งใจผู้ขับขี่ ความรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัย และความพิถีพิถัน ที่ถ่ายทอดไปยังผู้โดยสารตอนหลัง ขอเชิญท่านร่วมสัมผัส All-New LM ที่จะมอบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการผ่อนคลายทั้งร่างกาย และจิตใจ และพื้นที่สำหรับแรงบันดาลใจเชิงบวก ทั้งด้านความคิด และการกระทำให้กับทุกท่าน และขอให้เพลิดเพลินไปกับ Omotenashi ที่เราตั้งใจมอบให้กับทุกท่านในวันนี้”

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่

●   นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “นับจากการเปิดตัว Lexus LM ในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2563 ถือได้ว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ของยนตรกรรม Luxury Minivan ไปอีกขั้น ทำให้ Lexus LM กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราอย่างแท้จริง โดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย ด้วยรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารระดับเฟิสต์คลาส สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ต้องการห้องโดยสารที่มีความสะดวกสบาย พร้อมความประณีต และพิถีพิถันในการผลิตสูงสุด ตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำในประเทศไทย”

●   “แนวทางการออกแบบ Lexus LM ใหม่ ได้ถูกหล่อหลอม และสะท้อนวิสัยทัศน์ของเลกซัส ภายใต้แนวคิด Making Luxury Personal หรือ การทำให้ความหรูหราเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เราได้ยกระดับของความหรูหราขึ้นไปอีกขั้น เพื่อให้มั่นใจว่าทุกวินาทีที่อยู่ภายในห้องโดยสารของ LM จะเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบ ในวันนี้ผมขอแนะนำ The All-new Lexus LM ใหม่ ผ่านการนำเสนอถึงความสง่างามทั้ง 7 ด้าน ทำให้ Lexus LM ใหม่ แตกต่าง และโดดเด่นอย่างแท้จริง”

ราคาจำหน่าย

●   การจำหน่ายจะแยกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Lexus LM 350h Executive 4-Seater และ Lexus LM 350h Executive 7-Seater สีภายนอกเลือกได้ 4 สีระหว่าง ดำ Graphite Glass Flake, ขาว Sonic Quartz, แดง Sonic Agate หรือ เงิน Sonic Titanium ส่วนสีภายในมี 2 สี ระหว่าง ขาว Solis White with Copper หรือดำ Black with Dark Grey Accents พร้อมลายไม้ตกแต่งบริเวณแผงประตูลาย Yabane และลายไม้ตกแต่งบริเวณพวงมาลัยลาย Bengala

  • LM 350h 7-Seater ราคา 6,290,000 บาท
  • LM 350h 4-Seater ราคา 7,590,000 บาท

●   ทุกรุ่นรับประกันคุณภาพ 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการหลังการขายจากศูนย์บริการเลกซัส และ Lexus Service Corner รวมถึงบริการ Home Visit Mobility Service ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ

●   ใครสนใจสามารถชมคันจริงของ Lexus LM ใหม่ทั้ง 2 รุ่นได้ในงาน Lexus Electrified Fest ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 2 – 4 กันยายน 2566 และขอทดลองขับได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง ระหว่างวันที่ 7 – 10 กันยายน 2566 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษได้ภายในงาน

●   ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ (1) บริษัท เล็กซ์ซัส กรุงเทพ จำกัด พระราม 9 โทร. 02-716-8999 (2) บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด สำนักงานใหญ่ รามอินทรา (กม. 2) โทร. 02-521-1111 หรือ (3) บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด สาขา สุขุมวิท (ซอย 18) โทร. 02-260-8123 หรือเว็บไซท์ : www.lexus.co.th หรือเฟซบุ๊ค แฟนเพจ : www.facebook.com/LexusThailand          ●

Grand Opening : 2023 Lexus LM