January 3, 2017
Motortrivia Team (6753 articles)

ยำรวมกฎ Formula One ที่เปลี่ยนไปในฤดูกาล 2017


Posted by : Fascinator.

 

●   ในปี 2016 ที่ผ่านมา เอฟไอเอถูกตำหนิอย่างหนักเกี่ยวกับการตัดสินเหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งดูเอนเอียง แปลกๆ หรือขัดใจผู้ชม จะอะไรก็แล้วแต่นั่นทำให้เอฟไอเอต้องออกมาเพิ่มรายละเอียดกฎข้อบังคับต่างๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และนี่คือกฎที่เอฟไอเอชี้แจงถึงความเปลี่ยนแปลงในปี 2017

โซนธงเหลืองที่เข้มงวดขึ้น
●   เหตุเกิดจากการที่ นิโค รอสเบิร์ก ทำเวลาคว้าโพลโพสิชั่นทั้งๆ ที่เขาวิ่งผ่านโซนธงเหลืองคู่ในการแข่งขันที่ ฮังการี ในขณะที่ เซอร์จิโอ เปเรซ กลับถูกลงโทษจากการทำเวลาเร็วที่สุดในการแข่งขันที่ สิงคโปร์ การตัดสินที่ไม่ได้มาตรฐานนี้นำไปสู่การตำหนิจนทำให้เอฟไอเอต้องออกมาลงรายละเอียดกฎเพิ่มเติม โดยมีรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงไปดังนี้

●   โซนธงเหลืองคู่ : นักแข่งทุกคนที่ขับผ่านโซนนี้จะต้องลดความเร็วลงจนสังเกตได้และเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทางหรือหยุด นักแข่งจะต้องไม่ทำเวลาที่มีนัยยะสำคัญและต้องล้มเลิกการทำเวลาในรอบนั้น (แต่ไม่จำเป็นจะต้องเข้าพิท)

●   โซนธงเหลืองเดี่ยว : นักแข่งทุกคนที่ขับผ่านโซนนี้ควรลดความเร็วลงและเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทาง ต้องเป็นที่ชัดเจนว่านักแข่งได้ลดความเร็วลงโดยการเบรกเร็วขึ้นหรือลดความเร็วขณะผ่านโซนหรืออะไรก็ตามแต่ นักแข่งไม่ควรแซงรถคันใดในโซนนี้ เว้นเสียแต่ว่ารถคันนั้นจะมีความเสียหายที่ชัดเจน

การขยับภายใต้การเบรก
●   เหตุเกิดจากเจ้าหนู แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น กับลีลาการบังไลน์ที่กวนอารมณ์นักแข่งคนอื่นเสียเหลือเกิน เริ่มจากที่ ฮังการี ซึ่ง เวอร์สแท็พเพ่น ขยับส่ายไปมาจนทำให้ คิมี ไรค์โคเนน ต้องหักหลบหลีกเลี่ยงการปะทะจนหลุดแทร็คออกไป และอีกครั้งที่ เวอร์สแท็พเพ่น เกือบทำให้ ลูอิส แฮมิลตัน ได้รับผลกระทบในการลุ้นแชมป์โลกครั้งใหญ่ จากการที่นักแข่งดัตช์ขยับเปลี่ยนไลน์จนทำให้นักแข่งสหราชอาณาจักรฯ ต้องหักหลบไปใช้ทางเลี่ยงข้างแทร็คที่ญี่ปุ่น เอฟไอเอจึงต้องออกมาเปลี่ยนแปลงกฎโดยมีเนื้อหาดังนี้

●   กฎด้านการกีฬาข้อที่ 27.5 : ห้ามมิให้นักแข่งคนใดขับขี่ในสภาวะที่อาจก่ออันตรายต่อรถคันอื่น

●   กฎด้านการกีฬาข้อที่ 27.8 : ห้ามกระทำการใดๆ ที่มีแนวโน้มขัดขวางนักแข่งคนอื่น เช่นการเปลี่ยนทิศทางอย่างไม่ปกติ การเปลี่ยนทิศทางภายใต้การเบรกที่ส่งผลให้นักแข่งคนอื่นต้องกระทำการหลบหลีกจะถูกพิจารณาว่าเป็นการเปลี่ยนทิศทางที่ไม่ปกติและเข้าข่ายขับขี่อันตราย

การสตาร์ทตามกริดในขณะแทร็คเปียก
●   เหตุเกิดจากการแข่งขันที่ บริติช กรังด์ปรีซ์ ซึ่งเซฟตี้คาร์ได้ออกมาวิ่งนำขบวนรถแข่งในขณะแทร็คเปียกอยู่หลายรอบมากจนทั้งแฟนๆ และนักแข่งเซ็งกันไปตามๆ กัน ในปี 2017 มันจะถูกแทนที่ด้วยการขับตามรถเซฟตี้คาร์ แต่แทนที่รถแข่งจะทำการโรลลิ่งสตาร์ท พวกเขาจะไปสตาร์ทกันตามกริดแทน อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันออกมาว่านักแข่งจะได้รับอนุญาตให้เข้าพิทในช่วงที่รถแข่งกำลังจะเข้ากริดสตาร์ทหรือไม่

ห้ามตุนเครื่องยนต์สำหรับแข่งขัน
●   จากการที่ ลูอิส แฮมิลตัน และทีมงาน จำเป็นจะต้องใช้หน่วยเครื่องยนต์เกินจำนวนจำกัดของทางเอฟไอเอที่เบลเยียม ทางทีมจึงได้จัดการ “ตุนเครื่องยนต์” โดยการเปลี่ยนหน่วยเครื่องยนต์ให้กับ แฮมิลตัน 3 ชุด ซึ่งส่งผลให้นักแข่งสหราชอาณาจักรฯ มีเครื่องยนต์เหลือใช้ไปตลอดฤดูกาลที่เหลือ เอฟไอเอจึงต้องออกมาจัดการระบุเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการได้เปรียบจากการตุนเครื่องยนต์และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามมา

●   “ในระหว่างการแข่งขันใดแข่งขันหนึ่ง ถ้านักแข่งคนใดจะต้องใช้หน่วยเครื่องยนต์มากกว่าหนึ่งเครื่อง หน่วยสุดท้ายที่ติดตั้งจะถูกอนุญาตให้ใช้ได้โดยไม่ถูกลงโทษ”

การเปลี่ยนลวดลายหมวกนิรภัย
●   ในปีที่ผ่านมา เอฟไอเอถึงแม้จะกำหนดให้ใช้ลวดลายหมวกเพียงลวดลายเดียวไปตลอดฤดูกาล แต่ก็ได้อะลุ้มอล่วยกับการเปลี่ยนแปลงลวดลายเล็กๆ น้อยๆ บนหมวก แต่นับจากปี 2017 นักแข่งจะต้องใช้ลวดลายหมวกลายเดียวไปตลอดทั้งฤดูกาล แต่จะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนลวดลายหมวกได้ 1 รายการ นอกจากนั้นหากนักแข่งมีการย้ายทีมในระหว่างฤดูกาลจะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนลวดลายหมวกได้

ไม่เอาเฮโลในปี 2017
●   หลังจากที่ทำการทดสอบ “เฮโล” (Halo) ที่ครอบหัวป้องกันนักขับมาเป็นเวลาหลายเดือน เอฟไอเอคิดว่าพวกเขาพร้อมแล้วที่จะนำมันมาใช้ในปี 2017 อย่างไรก็ตามทีมแข่งและ เบอร์นี เอ็คเคิลสโตน เจ้าพ่อเอฟวัน โหวตแย้งขอให้เลื่อนการใช้งานออกไปก่อนเพื่อที่จะพัฒนาให้เต็มที่และถูกทางกว่านี้

●   คริสเตียน ฮอร์เนอร์ ทีมบอสเรดบูลล์ : “โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ใช่แฟนของเจ้าสิ่งนี้เลย ผมคิดว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ประณีตและถูกจุดเอาเสียเลย ผมอยากจะเสนอให้มีการค้นคว้ามากกว่านี้เพื่อที่จะทำให้มันเหมาะสม แทนที่จะเร่งรัดมันไปยังทิศทางที่ไม่ถูกต้องและก่อให้เกิดผลกระทบตามมา”   ●


ที่มา :
•  espnf1.com.
•  motorsport.com.


Drunk Dont Drive