Volvo และบริษัทฟินน์ ใช้ AR ช่วยลดขั้นตอนในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ
May 31, 2019
Motortrivia Team (4734 articles)

Volvo และบริษัทฟินน์ ใช้ AR ช่วยลดขั้นตอนในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ

เรื่อง : AREA 54

●   ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ เริ่มใช้เทคโนโลยี VR/AR ในอุตสาหกรรมการออกแบบและผลิตรถยนต์กันมากขึ้น เช่น เชฟโรเลต เป็นต้น ล่าสุดวอลโว่ก้าวไปอีกขั้น โดยร่วมมือกับบริษัท Varjo Technologies ผู้ผลิตเฮทเซ็ทไฮเทคจากฟินแลนด์ พัฒนาแว่น VR หรือ Virtual Reality เฉพาะกิจ ใช้เทคโนโลยีที่วาร์จใช้ชื่อทางการค้าว่า “Bionic Display” ซึ่งมีการแสดงผลภาพที่คมชัด และให้มิติความชัดตื้น/ลึก ที่เทียบเท่ากับการมองเห็นของสายตามนุษย์

●   ใครที่ติดตามข่าวแวดวง VR คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าวาร์จประกาศเปิดตัวแว่น Varjo VR-1 เวอร์ชั่นแรกในปี 2019 นี้ ทว่ามันจะเป็นเฮทเซ็ทความละเอียดสูงสำหรับใช้ในการทำงานมากกว่าจะเจาะตลาดเกมเมอร์ เนื่องจากราคาจำหน่ายโดยประเมินนั้นสูงกว่าเฮดเซ็ทตามท้องตลาดอย่างมาก ดังนั้นวาร์จจึงเป็นที่สนใจของบรรดาแผนก R&D ของบริษัทผู้ผลิตใหญ่ๆ เสียมากกว่า เช่น ออดี้, ซาบบ์, โฟล์คสวาเกน หรือวอลโว่ เป็นต้น

●   สำหรับวอลโว่นั้น จุดประสงค์หลักในการร่วมมือกับวาร์จคือ การผลิตเฮทเซ็ทเฉพาะตัวจากแว่นรุ่นใหม่ Varjo XR-1 ของวาร์จ พื้นฐานการทำงานก็คือ ใช้เทคโนโลยี AR หรือ Augmented Reality เข้ามาช่วยลดขั้นตอนที่อาจเกิดการผิดพลาดในระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยี (สำหรับรถยนต์) โดยยังไม่ต้องมีการผลิตฮาร์ดแวร์ที่เป็นโปรโตไทป์ใดๆ ก็ตามขึ้นมาเลย

●   เฮทเซ็ท XR-1 จะมีประโยชน์ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน เช่น การออกแบบชิ้นส่วน, การทำงานของระบบ พร้อมกับจำลองการทำงานของเทคโนโลยีนั้นๆ ในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งวิศวกรสามารถประเมินผลการทำงานของระบบได้ทันที ในขณะที่ไอเดียดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนของการพูดคุยบนโต๊ะประชุม

●   วอลโว่และวาร์จคาดว่าการแสดงผลของเฮดเซ็ท XR-1 นั้นจะละเอียดในระดับที่ผู้ทดลองไม่สามารถแยกความจริงได้ระหว่างโลกจริงและโลกเสมือน ตัวแว่นใช้เลนส์วางซ้อนกับกล้องความละเอียดสูง แสดงผลแบบผสมระหว่างสภาพแวดล้อมที่เสมือนจริง (รถ, ถนน, ทิวทัศน์) และกราฟิควัตถุต่างๆ สำหรับจำลองสถานการณ์ในแต่ละรูปแบบ

●   ดังนั้นการออกแบบระบบความปลอดภัยใหม่ หรือระบบใดๆ ในแต่ละส่วน จะสามารถทำได้อย่างอิสระ ช่วยลดขั้นตอนที่เป็นคอขวดระหว่างแผนกออกแบบและแผนกผลิตฮาร์ดแวร์ตัวโปรโตไทป์ ซึ่งจะช่วยลดเวลาและต้นทุนในส่วน R&D ได้โดยตรงด้วย

เปรียบเทียบการแสดงผลภาพระหว่างแว่น VIVE Pro ของ HTC (ซ้าย) และ VR-1 แว่นรุ่นแรกของวาร์จ

●   ทั้งนี้ XR-1 ของวอลโว่/วาร์จ จะมีระบบควบคุมที่ใช้ซอฟท์แวร์และเซนเซอร์เฉพาะตัว เพื่อให้ชุดเฮดเซ็ทสามารถตรวจจับ ตอบสนอง และเก็บข้อมูลผู้ขับและรถยนต์ (ฮาร์ดแวร์ที่จำลองการขับในโลกเสมือน เช่น พวงมาลัย เบาะ คันเร่ง เบรค หรือแม้แต่รถจริงที่จอดอยู่กับที่) ได้ในเวลาเดียวกันแบบรีลไทม์ ตัวแว่นมีระบบตรวจจับสายตา หรือ Eye-tracking system ที่ใช้ชื่อทางการค้าว่า “20/20 Eye Tracker” (วาร์จระบุว่า ดีที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน) ซึ่งจะช่วยให้วอลโว่เก็บข้อมูลการตอบสนองของผู้ขับในสถานการณ์ปกติ หรือฉุกเฉินในรูปแบบต่างๆ ได้โดยง่าย

●   ในขณะที่ฝั่งวอลโว่ระบุว่า นักออกแบบประสพการณ์ในการขับของวอลโว่จะสามารถออกแบบในสิ่งที่ “แตะต้องไม่ได้” อย่างสภาพแสงภายในห้องโดยสารด้วย

●   อย่างไรก็ตาม สำหรับคอมเกมทั่วไป วาร์จไม่ได้ปิดตัวจำหน่ายให้เฉพาะผู้พัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงเท่านั้น วาร์จให้ข้อมูลว่าระบบตรวจจับสายตา 20/20 Eye Tracker ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานร่วมกับ tool สำหรับนักพัฒนาเกมอย่างเอนจิ้นสำหรับ VR เช่น Unreal Engine หรือ Unity ด้วย นอกเหนือไปจากเครื่องมือยอดนิยมสำหรับงานออกแบบ 3D ในอุตสาหกรรมการผลิตอย่าง Autodesk

●   บุคคลทั่วไปซื้อหาได้ไหม? ได้ครับถ้ามีงบ ปัจจุบันวาร์จจำหน่ายแว่นรุ่นแรก VR-1 ที่ 5,995 ยูโร หรือประมาณ 2.2 แสนบาท เสปคขั้นต่ำของเดสค์ท๊อป หรือแลปท๊อปไม่สูงมาก ได้แก่ Windows 10, CPU Intel Core i7-6700, การฟิคการ์ด NVIDIA GeForce GTX 1080, แรม 16 GB และพื้นที่สำหรับลงซอฟท์แวร์ 2 GB

●   ส่วนแว่น VR รุ่นใหม่อย่าง XR-1 นั้น วาร์จวางแผนจำหน่ายให้บุคคลหรือองค์กรทั่วไปด้วยเช่นกัน การจำหน่ายจะเริ่มขึ้นหลังพ้นกลางปี 2019 นี้ ราคาจำหน่ายยังไม่ระบุครับ ●

Volvo and Varjo Mixed Reality

Drunk Dont Drive