October 16, 2020
Motortrivia Team (6606 articles)

MG HS PHEV พรีวิวรถเอสยูวีไซส์กลาง ปลั๊ก-อิน ไฮบริด

เรื่อง-ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●  ก่อนเปิดตัวเป็นทางการวันที่ 27 ตุลาคม 2563 นี้ MG ชวนสื่อมวลชนไปสัมผัสและทดลองขับ MG HS PHEV เอสยูวีขนาดกลางกึ่งใหญ่ ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดแบบปลั๊ก-อิน ภายนอกแทบไม่แตกต่างจากรุ่นเบนซินที่เคยพรีวิวก่อนเปิดตัว มีเพียงล้อแม็กลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/50/18 เท่ารุ่นเบนซิน ตัวอักษรบอกชื่อรุ่นที่ฝากระโปรงท้ายที่เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า หน้าตาห้องเครื่องยนต์ก็คล้ายๆ เดิม น่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1,500 ซีซี เหมือนเดิม แต่อาจมีการปรับแรงม้าให้เหมาะสมกับระบบไฮบริด แบตเตอรี่ 12 โวลต์ ถูกย้ายไปติดตั้งไว้ที่พื้นห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย เพื่อเปิดทางให้ชุดอุปกรณ์ของระบบไฮบริด ห้องเครื่องยนต์เก็บงานเรียบร้อยดี เช่นเดียวกับที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ดูดี

●  คันที่นำมาโชว์ ภายนอกสีขาว มาพร้อมภายในสีขาว เน้นความโปร่งหรูหรา ส่วนอีกคันภายนอกสีดำ มาพร้อมภายในสีดำ ถูกใจเป็นพิเศษ ดูสปอร์ตเข้มและดูแลรักษาง่าย ภายในโดยรวมยังคงใช้วัสดุคุณภาพดี จุดหลักที่แตกต่างจากรุ่นเบนซินคือ ชุดมาตรวัดของรุ่น PHEV ที่เป็นแบบดิจิตอลเต็มระบบ แสดงข้อมูลต่างๆ ของระบบไฮบริด และระบบอื่นของรถได้อย่างละเอียด ควบคุมด้วยปุ่มบนพวงมาลัยฝั่งขวา จอที่คอนโซลกลางก็สามารถแสดงผลระบบไฮบริดได้เช่นกัน อีกจุดหลักที่แตกต่างจากรุ่นเบนซินคือ คันเกียร์ที่เป็นไฟฟ้า มีโหมดการขับให้เลือก

●  MG HS PHEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Hairpin Winding เทคโนโลยี สมรรถนะสูง ความร้อนต่ำ และมีขนาดเล็ก รุ่นที่ทำตลาดในประเทศจีน มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 90 กิโลวัตต์ หรือ 122 แรงม้า (PS) แรงบิดรวมทั้งระบบ 480 นิวตันเมตร ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน จำนวน 6 โมดูล ความจุ 16.6 kWh มีระบบควบคุมการทำงานแยกแต่ละโมดุล สามารถแยกซ่อมหรือเปลี่ยแต่ละโมดุลได้ ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก AMERICAN UL2580 ผ่านการทดสอบทั้งการลัดวงจร ฝุ่นละออง การบีบอัด การกัดกร่อนจากน้ำเกลือ การทำให้เปียกน้ำ การเผาไหม้ การชนปะทะ และการตกกระแทก ป้องกันฝุ่นและน้ำในระดับ IP67 มาพร้อมการรับประกัน 8 ปี

●  เมื่อไฟฟ้าในแบตเตอรี่ไฮบริดหมด ชาร์ด้วย MG Home Charger ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง และถ้าใช้ MG Charging Cable ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง ขับด้วยไฟฟ้าล้วนๆ ได้ประมาณ 60 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่ำกว่า 8 วินาที

●  ทดลองขับระยะทางสั้นๆ ใน MGD Driving Experience Center มีเจ้าหน้าที่นั่งไปด้วยเพื่อแนะนำการใช้ระบบต่างๆ การขับมี 3 โหมด คือ Normal หรือ Standard, Sport และ Eco รอบแรกขอลองขับแบบ EV กดคันเร่งได้เต็มที่ เครื่องยนต์จะไม่ทำงานจนกว่าแบตเตอรี่จะลดลงถึงระดับที่กำหนด การตอบสนองทันใจไม่รอรอบตามสไตล์รถ EV แต่ดีกว่าตรงที่สามารถชาร์จไฟกลับด้วยตัวเองได้ หรือจะเสียบปลั๊กชาร์จก็ได้ Paddle Shift ที่พวงมาลัย ไม่ได้เอาไว้เปลี่ยนเกียร์ แต่เอาไว้ปรับระดับความหน่วงเมื่อผ่อนคันเร่ง ที่มาตรวัดจะบอกระดับการชาร์จไฟฟ้ากลับ แต่ต้องขับไปด้วยเลยไม่ได้ลองระบบอะไรมากนัก

●  รอบ 2 ให้ลองเรื่องการยึดเกาะถนน กลับมาใช้โหมดปกติหรือไฮบริด ลองกดคันเร่งให้เครื่องยนต์ทำงาน พบว่ามีการทำงานที่นุ่มนวลแทบไม่รู้สึก ช่วงล่างและพวงมาลัยรองรับการขับแบบสปอร์ตได้ดี หลบสิ่งกีดขวางตามเจ้าหน้าที่บอกแล้วคิดว่าไม่มีอะไรต่อ แต่เจ้าหน้าที่ให้หักพวงมาลัยพารถผ่านไพล่อนที่วางคู่กันอีกที ทำให้ต้องเปลี่ยนเลนแบบกะทันหันไม่ทันตั้งตัวจริงๆ กระชากพวงมาลัยค่อนข้างแรง แต่ยังควบคุมรถได้สบายๆ และเบาแรง ผ่านจุดนี้ไปได้ ต้องเอ่ยปากขอโทษเพื่อนที่นั่งบันทึกวีดิโออยู่ที่เบาะหลัง เพราะถูกเหวี่ยงแรงพอสมควร จากนั้นก็ขับลัดเลาะผ่านโค้งต่างๆ แม้รถจะค่อนข้างใหญ่ แต่ขับง่ายคล่องตัว ควบคุมง่ายและเบาแรง ระบบเบรกก็ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคย

●  MG HS PHEV เป็นรถไฮบริดที่น่าขับ เพราะแบตเตอรี่ใหญ่ ขับในโหมด EV ได้ไกลโดยเครื่องยนต์ไม่ทำงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จที่ยังไม่แพร่หลาย ถ้าราคาเหมาะสม ก็น่าจะได้รับความนิยมสูงอีกครั้งต่อจาก MG ZS EV

●  อ่านข้อมูลก่อนเปิดตัวได้ที่ mgcars.com/th/mg-models/new-mg-hs-phev   ●


PREVIEW : 2020 MG HS PHEV

PREVIEW : 2020 MG HS PHEV (Official)

Drunk Dont Drive