July 6, 2022
Motortrivia Team (7954 articles)

2022 Honda e Limited Edition รุ่นพิเศษ จำกัด 50 คันในยุโรป

เรื่อง : AREA 54

●   ฮอนด้า ยุโรป เปิดตัวรถซับคอมแพคท์แฮทช์แบคพลังงานไฟฟ้า Honda e รุ่นพิเศษ จำกัดจำนวนการผลิตเพียง 50 คันเท่านั้นสำหรับชาวยุโรป ไฮไลท์เล็กๆ คือการนำ Max Verstappen แชมป์โลก Formula 1 คนล่าสุดฤดูกาล 2021 ซึ่งฮอนด้าซัพพอร์ทเครื่องยนต์ให้กับต้นสังกัดมาช่วยขับโปรโมทให้ที่อิตาลี

Max Verstappen แชมป์ F1 2021 สังกัด Red Bull Racing

●   Honda e เผยโฉมตัวโปรโตไทป์เป็นครั้งแรกในช่วงต้นปี 2019 จากนั้นจึงเริ่มจำหน่ายคันจริงในยุโรปบางประเทศช่วงไตรมาสแรกปี 2020 และเก็บยอดจำหน่ายไปได้มากกว่า 4 พันคัน… ตัวเลขนี้ไม่เลว แต่ก็ไม่มากนัก เนื่องจากตัวรถออกแบบมาให้ใช้งานในเมืองเป็นหลัก มีระยะทางในการขับไม่มากนัก คู่แข่งหลักในรถคลาสซูเปอร์มินิ (B-segment ในยุโรป) ก็คือ Renault Zoe ซึ่งยืนหยัดมาตั้งแต่ปี 2012 และเก็บยอดจำหน่ายรวมไปแล้วมากกว่า 3.5 แสนคันจนถึงปัจจุบัน

●   Honda e Limited Edition ใช้พื้นฐานของ e รุ่นย่อยเกรด Advance ตัวรถมากับสีพิเศษ แดง Premium Crystal Red ตัดกับกระจังหน้า, ชายล่าง, ฝาพอร์ทชาร์จบนฝากระโปรง, หลังคา, กล้องแทนกระจกข้าง (Side Camera Mirror System) และล้อสีดำ ไม่มีชิ้นส่วนตกแต่งอะไรเพิ่มเติม รวมทั้งภายในห้องโดยสารทั้งหมด

●   อุปกรณ์มาตรฐานยังคงเดิม ไฮไลท์คือการจัดวางจอแสดงผลแบบดิจิทัล ค๊อกพิท เต็มรูปแบบ วางยาวเต็มแผงตลอดแนวแดชบอร์ด ประกอบด้วยจอแสดงผล 5 จอ ได้แก่ มาตรวัดฟูลดิจิทัล TFT ขนาด 8.8 นิ้ว, จอทัชสกรีน LED สำหรับแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ส่วนกลางขนาด 12.3 นิ้ว, จอทัชสกรีน LED สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า12.3 นิ้ว และจอแสดงผลจากกล้องข้างแบบ LED ขนาด 6 นิ้วที่ใช้แทนที่กระจกมองข้างแบบเดิม วางไว้ที่ปลายสุดของแดชบอร์ดทั้ง 2 ฝั่ง

●   ระบบ Side Camera Mirror System นี้ ฮอนด้าออกแบบตำแหน่งติดตั้งตามหลักสรีรศาสตร์ ตัวกล้องถูกติดตั้งฝังอยู่ในก้านด้านข้างตัวรถ ควบรวมกับไฟเลี้ยว การแสดงผลจะมีขึ้นผ่านจอ LED ทั้ง 2 ฝั่งซ้าย/ขวา โดยฝั่งที่อยู่ติดพวงมาลัยจะช่วยให้ผู้ขับมีการมองเห็นที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น มีการหันเหองศาศีรษะน้อยลง เมื่อเทียบกับกระจกมองข้างแบบเดิมๆ ก้านติดตั้งกล้องที่มีขนาดเล็กนี้จะช่วยลดการต้านทานอากาศได้ 90% และลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารด้วย

Side Camera Mirror System

●   ตัวเลนส์ถูกเคลือบด้วยสารประเภท Water Repellent ช่วยป้องกันละอองน้ำหรือหยดน้ำเกาะตัว และลดแสงสะท้อนจากไฟหน้าของรถที่ตามมาทางด้านข้าง และเมื่อเทียบกับมุมมองของกระจกมองข้างแบบปกติ Side Camera Mirror System จะมีมุมมองในแนวเยื้องด้านข้างตัวรถที่กว้างกว่าถึงกว่า 1 เท่าตัว และการแสดงภาพผ่านจอในห้องโดยสารจะยังคงชัดเจนในเวลากลางคืน หรือแม้แต่การขับท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายด้วย นอกจากนี้ผู้ขับจะสามารถจอดเทียบฟุทพาธได้ง่ายขึ้น เนื่องจากระบบจะมีการแสดงผลภาพที่มีมุมมองกว้างขึ้น และยังมีการเพิ่มเส้นไกด์ช่วยกะระยะให้ด้วย

●   ระบบขับเคลื่อนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงครับ Honda e Limited Edition ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบแม่เหล็กถาวรชนิดไร้แปรงถ่าน (Permanent Magnet Brushless Motor) หมุนล้อคู่หลัง ส่งกำลังด้วยเกียร์แบบฟิกซ์ ซิงเกิลสปีด กำลังสูงสุดผลิตได้ 154 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 32 กก.-ม. แบตเตอรี่แพคชนิดลอเธียม-ไอออน ความจุ 35.5 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 201 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

●   ฮอนด้าเปิดรับจอง Honda e Limited Edition ในยุโรปแล้ววันนี้ ราคาจำหน่ายในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 38,120 ปอนด์ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท… ราคานี้สูงกว่า e รุ่นพื้นฐานราวๆ 5.2 หมื่นบาทครับ     ●

2022 Honda e Limited Edition (EU)