September 8, 2022
Motortrivia Team (8021 articles)

BYD เตรียมตั้งโรงงานผลิตรถในไทย คาดเริ่มเดินสายการผลิตในปี 2567

ภาพ : จันทนา เจริญทวี

●   บีวายดี ออโต้ (BYD : Build Your Dreams) ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน ประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับ บริษัท ดับบลิวเอซเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WHA Industrial Development Public Company Limited) บริษัทในเครือ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป (WHA Group) เตรียมตั้งโรงงานผลิตรถยนต์กลุ่มพลังงานใหม่ในไทย คาดเริ่มเดินสายการผลิตได้ภายในปี 2567

●   ทั้งนี้ บีวายดีได้ลงนามซื้อที่ดินจำนวน 600 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมลำดับที่ 11 ของดับบลิวเอซเอ กรุ๊ป ในประเทศไทย นิคมฯ แห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งการซื้อขายที่ดินกับบีวายดีในครั้งนี้นับเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี ของดับบลิวเอซเอ ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในการสนับสนุนโครงการ EEC และยังเป็นการดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve Industry) โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

จากซ้าย : มร. เค่อ หยู่ปิ่น ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด, มร. หลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด, นางสาวจรีพร จรุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอซเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ มร. เดวิด นาร์โดน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอซเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ผลิตเพื่อจำหน่ายในไทย พร้อมส่งออกไปยังกลุ่มอาเชียนและยุโรป

●   สัญญาซื้อขายดังกล่าวลงนามโดย นางสาวจรีพร จรุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอซเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), มร. เดวิด นาร์โดน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอซเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), มร. หลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด และ มร. เค่อ หยู่ปิ่น ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด โดยการลงนามมีขึ้นที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

●   แผนงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดย บีวายดี ประเทศไทย จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่งพลังงานไฟฟ้าพวงมาลัยขวา มีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี และนอกจากจะผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โรงงานแห่งนี้จะรับหน้าที่ผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเชียนและยุโรปด้วย

●   บีวายดี ก่อตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 1995 มีประสบการณ์ด้านการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่มากว่า 20 ปี จากนั้นในเดือนเมษายน 2022 ได้ประกาศหยุดผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วน และจะเน้นผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) แทน และเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2022 ที่ผ่านมา บีวายดีได้แต่งตั้ง บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด (Rever Automotive Company Limited) ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ BYD แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมตั้งเป้ายอดจำหน่ายปีแรกประมาณ 10,000 คัน

งานเปิดตัว บริษัท Rêver Automotive จำกัด (เรเว่ ออโตโมทีฟ) จัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา

ไทยยังดึงดูดนักลงทุนอุตสาหกรรมรายใหญ่จากประเทศอื่นๆ

●   นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอซเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

●   “ดิฉันขอขอบคุณผู้บริหารของบริษัท มีวายดี เป็นอย่างสูงที่ให้ความเชื่อมั่นในดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป สำหรับการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์พลงงานไฟฟ้าแห่งใหม่ การลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจ และเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของดับบลิวเอซเอ กรุ๊ป รวมทั้งยังเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหมในประเทศไทยด้วย เรามีความยินดีที่ได้ต้อนรับบีวายดี เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอซเอ ระยอง 36 ซึ่งเป็นนิคมฯ แห่งที่ 11 ของเราในประเทศไทย”

●   “นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ เพียบพร้อมด้วยระบบสาธารณูปโภคและบริการระดับเวิลด์คลาส มีโครงสร้างพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม และทำเลที่ตั้งอันเป็นยุทธศาสตร์ ทำให้เป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับบีวายดีในการขยายธุรกิจ และยกระดับความเป็นองค์กรข้ามชาติของบริษัท”

●   “การซื้อที่ดินอันเป็นยุทธศาสตร์นี้ ยังเป็นการตอกย้ำจุดแข็งของประเทศไทย ที่ยังดึงดูดนักลงทุนอุตสาหกรรมรายใหญ่จากประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ดับบลิวเอซเอ กรุ๊ปมีความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการก้าวสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้เติบโต รวมถึงชื่อเสียงในด้านวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำ และนวัตกรรมของประเทศไทย”

มร. หลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปชิฟัก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด

การขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ใน EEC

●   มร. หลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปชิฟัก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า

●   “การเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในต่างประเทศ ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการขยายบริษัทของเราอย่างแท้จริง หลังจากที่ได้ทำการค้นหาและคัดเลือกอย่างละเอียด ประเทศไทยและนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอซเอ ระยอง 36 ได้กลายเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากทำเลที่ตั้งและชื่อเสียงของบริษัทในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของภูมิภาค”

●   “โครงการอือีซี และนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอซเอ ระยอง 36 มีสิ่งที่เรามองหา ทั้งทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ระบบสาธารณูปโภคและบริการระดับเวิลด์คลาส รวมไปถึงการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง นอกจากนั้นแล้ว ดับบลิวเอซเอ กรุ๊ป ยังมีบทบาทสำคัญในการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ในอีอีซีด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการลงทุนของบีวายดี และเราหวังว่าจะมีความสัมพันธ์ระยะยาวอันดีร่วมกับดับบลิวเอชเอกรุ๊ป ต่อไปในอนาคต”

●   นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอซเอ ระยอง 36 เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ล่าสุดของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 1,281 ไร่ ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้ทางหลวงหมายเลข 36 และ 337 ระยอง และห่างจากท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดเพียง 25 กม. ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง 31 กม. และสนามบินอู่ตะเภา 23 กม.

นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ

●   ภายใต้แนวคิด “นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ” นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 มีเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมล่าสุดต่างๆ ทั้งด้านการสื่อสาร, การคมนาคมขนส่ง, การรักษาความปลอดภัย, การควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ไล่ไปจนถึงการผลิตและการบำบัดน้ำเสีย และเช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ของดับบลิวเอซเอ ในประเทศไทย นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ยังเชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมส่วนกลางของดับบลิวเอชเอ (Unified Operation Center หรือ UOC) ที่สำนักงานใหญ่ ดับบลิวเอชเอ ทาวเวอร์ ย่านบางนา ซึ่งทำให้สามารถตรวจสอบสภาวะด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ อาทิ คุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำน้ำเสียที่มีในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนระดับน้ำฝน การจัดการจราจร และความปลอดภัยได้แบบรีลไทม์

●   ปัจจุบัน BOI ได้อนุมัติโครงกรยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 26 โครงการ จาก 17 บริษัท คิดเป็นยอดกำลังการผลิตรถไฟฟ้า 830,000 คัน คาดว่าภายในช่วงต้นปี 2566 ประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมายในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1 ล้านคัน และภายในปี 2573 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีสัดส่วน 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของประเทศไทย หรือคิดเป็นจำนวน 700,000 คันต่อปี

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ www.reverautomotive.com หรือ Facebook: BYD RÊVER Thailand หรือ www.wha-industrialestate.com/th หรือ Facebook: facebook.com/whagroup