Audi ประเทศไทย จัดทริปกรุงเทพ-หัวหิน กับรถหลากรุ่น
May 24, 2017
Motortrivia Team (5322 articles)

Audi ประเทศไทย จัดทริปกรุงเทพ-หัวหิน กับรถหลากรุ่น


เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ : ออดี้ ประเทศไทย

 

●   ออดี้พร้อมรุกตลาดรถยนต์ระดับหรูในเมืองไทยครั้งใหม่ ภายใต้การดำเนินงานของ ออดี้ ไทยแลนด์ หรือ บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ออดี้อย่างเป็นทางการในประเทศไทยรายใหม่ เปิดตัวเป็นทางการไปเมื่อ 22 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ประเดิมงานแรกอย่างสวยงามด้วย ยอดจองในบางกอก มอเตอร์โชว์ ที่สูงเกินคาด 184 คัน ล่าสุดจัดให้สื่อมวลชนทดลองขับรถออดี้หลายรุ่นบนเส้นทางกรุงเทพ-หัวหิน กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณกฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด กล่าวเปิดงาน พร้อม 2 ผู้บริหารร่วมเดินทางไปด้วย คือ คุณกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด และ คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการหลังการขาย


คุณกฤษฎา ล่ำซำ (ขวาสุด), คุณกฤษณะกร เศวตนันทน์ (ที่ 2 จากขวา) และคุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช (ที่ 3 จากขวา)


●   การทดสอบครั้งนี้มีรถยนต์หลายรุ่น ประกอบด้วย:

–   A5 Coupe 45 TFSI quattro S line : 2,000 ซีซี 252 แรงม้า แรงบิด 37.7 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ราคา 4.299 ล้านบาท
–   A5 Coupe 40 TFSI S line : 2,000 ซีซี 190 แรงม้า แรงบิด 32.6 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ราคา 3.699 ล้านบาท
–   A4 45 TFSI quattro S line : 2,000 ซีซี 252 แรงม้า แรงบิด 37.7 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ราคา 3.149 ล้านบาท
–   A4 40 TFSI S line : 190 แรงม้า แรงบิด 32.6 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ราคา 2.699 ล้านบาท
–   Q7 45 TFSI quattro S line : 3,000 ซีซี 333 แรงม้า แรงบิด 44.8 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ราคา 4.999 ล้านบาท
–   Q7 40 TFSI quattro : 2,000 ซีซี 252 แรงม้า แรงบิด 37.7 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ราคา 4.499 ล้านบาท
–   Q3 35 TFSI quattro : 2,000 ซีซี 180 แรงม้า แรงบิด 32.6 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ราคา 2.549 ล้านบาท
–   Q2 35 TFSI : 1,400 ซีซี 150 แรงม้า แรงบิด 25.6 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ราคา 2.299 ล้านบาท
–   TT Coupe 45 TFSI quattro S line : 2,000 ซีซี 230 แรงม้า แรงบิด 37.7 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ราคา 3.199 ล้านบาท

●   สำหรับตัวเลข 2 ตัวต่อท้ายชื่อรุ่น มีที่มาจากอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เช่น A4 40 TFSI S line ใช้เวลา 7.3 วินาที ส่วนรุ่น 45 TFSI S line ใช้เวลา 5.8 วินาที เมื่อใช้สูตร v = u + at ก็จะได้ตัวเลขว่า ภายในเวลา 1 วินาที รถเคลื่อนที่ไปได้กี่เมตร โดยในรถยนต์ออดี้ จะมีตัวเลขตั้งแต่ 30, 35, 40, 45 และ 50


●   รถยนต์ออดี้ยุคปัจจุบันมาพร้อมเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย เช่น: Valvelift Technology แปรผันระยะยกวาล์วให้เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์ ลดการใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มสมรรถนะ


●   Cylinder on Demand Technology ตัดการทำงานของบางลูกสูบขณะเครื่องยนต์มีภาระต่ำ ช่วยลดอัตราสิ้นเปลือง


●   ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro Technology Self-Locking Center Differential –  [ ดูวีดิโอการทำงานได้ตามลิ๊งค์นี้ ]  – และ Air Suspension ใน Q7 ช่วงล่างแบบถุงลมปรับความสูงได้ตามโหมดการขับ Lift/Offroad, Allroad, Efficiency, Comfort, Auto, Dynamic และ Individual

เริ่มด้วยซีดานพันธุ์แรง A4 45 TFSI quattro S line

●   จับฉลากได้รุ่นแรงในโฉมซีดาน A4 45 TFSI quattro S line เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ไดเร็คอินเจ็คชั่น เทอร์โบ ปรับบูสต์ไว้ที่ 21.5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน ความจุ 1,984 ซีซี กำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์ หรือ 252 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 37.7 กก.-ม. ที่ 1,600-4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.8 วินาที ท๊อปสปีด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●   มิติตัวถังมีความยาว 4,726 มิลลิเมตร กว้าง 1,842 มิลลิเมตร สูง 1,427 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,820 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/ หลัง 1,572/1,555 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,510 กิโลกรัม ยาง 245/40 R18

●   เซต 0 ระยะทางและข้อมูลการขับก่อนออกจากโชว์รูมออดี้ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เวลาประมาณเที่ยง กลับรถไปขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าลงใต้ จุดหมายแรกอยู่ที่ปั๊ม ปตท หลังผ่านแยกวังมะนาว ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร ขับไหลๆ ไปตามสภาพการจราจรที่เริ่มคลี่คลาย เมื่อถึงสะพานแขวนก็ตั้งขบวนเพื่อถ่ายรูป จากนั้นก็ขับกันตามสบาย ลงทางด่วนรถเริ่มเบาบางจึงได้ลองกดคันเร่งดูบ้าง เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มหนักแน่นเมื่อลากรอบสูง พร้อมกับอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับไวและต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้เกียร์อัตโนมัติที่เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและนุ่มนวล ใช้รอบไม่สูงเมื่อขับทางไกล ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและลดการสึกหรอ ที่ความเร็ว 120, 140 และ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเกียร์ 7 ใช้รอบ 1,800, 2,100 และ 2,500 รอบต่อนาที ตามลำดับ

●   ที่คอนโซลกลางมีจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว ใช้สำหรับควบคุมระบบต่างๆ เช่น โทรศัพท์ การปรับระบบเสียง และการตั้งค่าต่างๆ ของตัวรถ มีระบบ drive select ปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และพวงมาลัย ได้หลายรูปแบบ เช่น efficiency, comfort, auto, dynamic และ individual ช่วงล่างปรับไม่ได้ แต่ก็เซตมาพอเหมาะ นุ่มนวลนั่งสบายขับทางไกลได้ไม่เหนื่อย ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี ไม่แข็งกระด้าง ประสิทธิภาพการทรงตัวอยู่ในเกณฑ์ดี หนักแน่นมั่นใจ เช่นเดียวกับระบบเบรกมีแรงดึงเหลือเฟือและควบคุมน้ำหนักการเบรกได้ง่าย ห้องโดยสารเก็บเสียงได้ดี ค่อนข้างเงียบทั้งเสียงลมและเสียงจากพื้นถนน

●   ก่อนถึงจุดกำหนดให้เปลี่ยนรถ ได้จอดสลับให้เพื่อนที่นั่งคู่กันได้ลองขับบ้าง บันทึกข้อมูลการขับช่วงแรก ระยะทาง 70.3 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ย 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 7.6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 13.1 กิโลเมตรต่อลิตร นับว่าหรูพอตัวสำหรับรถระดับ 250 แรงม้า

เปลี่ยนอารมณ์เป็น TT Coupe 45 TFSI quattro S line

●   ถึงจุดเปลี่ยนรถแล้วพักจิบกาแฟ ก่อนจะสลับรถตามคิว คราวนี้ได้รถสปอร์ตตัวแรง TT Coupe 45 TFSI quattro S line ใช้เครื่องยนต์บล็อกหลักเดียวกับคันแรก ปรับแรงม้าลงเหลือ 169 กิโลวัตต์ หรือ 230 แรงม้า ที่ 4,500-6,200 รอบต่อนาที แรงบิด 37.7 กก.-ม. ที่ 1,600-4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.3 วินาที ท๊อปสปีด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●   มิติตัวถังมีความยาว 4,177 มิลลิเมตร กว้าง 1,832 มิลลิเมตร สูง 1,353 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,505 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/ หลัง 1,572/1,552 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,335 กิโลกรัม ยาง 225/50 R17

●   จากปั๊มไปยังจุดหมายต่อไปคือที่พัก Veranda Resort and Spa ระยะทางแค่ 75 กิโลเมตร ช่วงแรกขับเป็นขบวนเพื่อถ่ายรูป จากนั้นจึงขับแบบฟรีรันไปยังที่พัก TT Coupe ให้อารมณ์ต่างกับ A4 แบบคนละขั้ว โดยเฉพาะเรื่องการบังคับควบคุมหรือแฮนด์ลิ่ง TT Coupe มีความว่องไวคล่องตัวและเฉียบคมกว่า ขับสนุก แต่ก็ต้องใช้สมาธิมากกว่าในการขับ ช่วงล่างค่อนข้างแข็ง ถ่ายทอดพื้นผิวถนนมาที่ผู้ขับและผู้โดยสารแบบเต็มๆ เหมาะจะเป็นรถขับเล่นระยะใกล้ๆ ถ้าจะใช้ขับเดินทางไกลต้องมั่นใจว่าชอบแนวนี้จริงๆ

●   สปอยเลอร์หลังยกตัวอัตโนมัติที่ความเร็วเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลดลงเมื่อความเร็วต่ำกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือจะกดสวิตช์ให้สปอยเลอร์ยกค้างไว้ก็ได้ เครื่องยนต์เน้นรอบจัด ขับความเร็วสูงรอบก็ขึ้นสูงตาม เพื่อให้กดคันเร่งแล้วตอบสนองทันที จึงคาดหวังเรื่องความประหยัดไม่ได้มากนัก ยกเว้นขับความเร็วต่ำ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตอนขึ้นไปขับต่อจากสื่อมวลชนท่านอื่น หน้าจอแสดงข้อมูลว่าขับมาที่ระยะ 61.1 กิโลเมตร ใช้เวลา 35 นาที ความเร็วเฉลี่ย 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.8 กิโลเมตรต่อลิตร ก็นับว่าพอรับได้สำหรับรถสปอร์ต

●   ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเพียงพอสำหรับ 2 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าวางตำแหน่งต่ำ เบาะหลังน่าจะมีไว้วางของมากกว่า เพราะผู้ขับสูงเพียง 170 เซนติเมตร เลื่อนเบาะพอดีแล้วหันไปมองด้านหลังก็แทบไม่เหลือที่วางขาแล้ว การตกแต่งเป็นสไตล์สปอร์ตย้อนยุคผสมความทันสมัย ช่องแอร์ทรงกลม มีจอแสดงผลตรงกลางช่องแอร์ ดูเก๋ดี หน้าปัดดิจิตอล Audi virtual cockpit ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ โหมดการขับ drive select แบบ individual แยกปรับได้ทั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง, พวงมาลัย, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และเสียงเครื่องยนต์ โดยสามารถเลือกได้ 3 แบบ คือ Comfort, Auto และ Dynamic ขับลองความคล่องแคล่วของรถได้พักเดียวก็หมดแรง ขับสนุกได้อย่างใจก็จริง แต่สะเทือนมากไปนิด สงสัยจะหมดวัยซิ่ง ขับได้ประมาณ 60 กิโลเมตรก็สลับผู้ขับ แยกเข้าชะอำไม่ไกลก็ถึงที่พัก

ลอง SUV ไซส์เล็ก Q2 35 TFSI

●   ถึงที่พักแล้วยังได้ลองรถอีกรุ่นตามคิวที่จัดไว้ คราวนี้เป็นซับ-คอมแพกต์ เอสยูวี Q2 35 TFSI เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ไดเร็คอินเจ็คชั่น 16 วาล์ว ความจุ 1,395 ซีซี 150 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 25.4 กก.-ม. ที่ 1,500-3,500 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ S tronic ติดตั้งระบบ Cylinder on Demand หรือ CoD เมื่อใช้ความเร็วคงที่ หรือระบบประมวลผลว่าไม่ต้องใช้สมรรถนะของเครื่องยนต์เต็มกำลัง ระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์เหลือ 2 สูบ พร้อมไฟเตือน 2-cylinder mode บนชุดมาตรวัด เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 8.5 วินาที ท๊อปสปีด 212 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●   มิติตัวถังมีความยาว 4,191 มิลลิเมตร กว้าง 1,794 มิลลิเมตร สูง 1,508 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,601 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/ หลัง 1,547/1,541 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,280 กิโลกรัม ยาง 215/55 R17

●   ลองขับบนถนนหน้าที่พัก สลับผู้ขับแล้ววนกลับ ระยะทางไม่ไกลนัก ส่วนใหญ่เป็นทางตรง อัตราเร่งของรถดีเกินคาด เร่งได้ทันใจ เครื่องยนต์ตอบสนองดีและต่อเนื่อง ความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้รอบประมาณ 2,800 รอบต่อนาที ช่วงล่างเฟิร์มแน่นๆ ไม่โคลง ขับได้กระชับมั่นใจใกล้เคียงรถเก๋ง และคล่องแคล่วดี ภายในห้องโดยสารไม่เล็กมาก นั่งได้ 4 คนแบบใกล้ชิดอบอุ่น การตกแต่งเป็นแบบพื้นฐาน ไม่หรูหรา เน้นความครบครันของอุปกรณ์

ปิดท้ายวันแรกด้วยคูเป้สุดหล่อ A5 Coupe 40 TFSI S line

●   ขับครบทุกรุ่นตามคิวแล้ว ก่อนกลับเข้าห้องพักรอเวลาสัมภาษณ์ผู้บริหาร ก็ลงชื่อไว้ว่าอยากลองขับ A5 Coupe เมื่อรถไม่มีใครขับแล้วทีมงานออดี้ก็โทรไปตาม ได้ลองรุ่น A5 Coupe 40 TFSI S line เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับ A4 และ TT มีกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,200-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 32.6 กก.-ม. ที่ 1,450-4,200 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.3 วินาที ท๊อปสปีด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●   มิติตัวถังมีความยาว 4,673 มิลลิเมตร กว้าง 1,846 มิลลิเมตร สูง 1,371 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,764 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/ หลัง 1,587/1,568 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,420 กิโลกรัม ยาง 245/40 R18

●   ความรู้สึกในการขับในเรื่องความนุ่มนวลและการบังคับควบคุมใกล้เคียง A4 ส่วนเครื่องยนต์ 190 แรงม้า ก็ตอบสนองได้ทันใจ เหลือๆ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เร่งแซงได้อย่างรวดเร็วปลอดภัย ดูหล่อกว่า A4 ที่ใช้พื้นฐานเดียวกัน แต่ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก 1 ล้านบาท (A5 Coupe 40 TFSI S line ราคา 3.699 ล้านบาท A4 40 TFSI S line ราคา 2.699 ล้านบาท) นอกจากรูปทรงที่หล่อต่างกันแล้ว ก็มีอุปกรณ์มาตรฐานหลายรายการที่เพิ่มขึ้นในรุ่นคูเป้

สัมภาษณ์เปิดใจผู้บริหาร

●   หลังจากขับรถกันจนเต็มอิ่มแล้ว ก่อนถึงเวลาอาหารเย็นก็มีช่วงสัมภาษณ์ผู้บริหาร 2 ท่าน ที่เดินทางมาพร้อมสื่อมวลชน คือ คุณกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการหลังการขาย ซึ่งกล่าวถึงแนวทางของออดี้ในช่วงเริ่มต้นว่า จะเน้นการวางพื้นฐานก่อน ขยายเครือข่าย สร้างแบรนด์ สร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้ลูกค้า โดยจะทำผ่านบริการหลังการขาย รวมทั้งการรับประกันคุณภาพรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ 5 ปี

●   ภายในปีนี้ ออดี้จะมีศูนย์บริการ 3 แห่ง เป็นของออดี้เอง ที่แรกคือ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และที่จะเป็นสำนักงานใหญ่ของออดี้ คือ แถวเลียบด่วนรามอินทรา ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งจะเป็นทั้งโชว์รูม ศูนย์บริการ และศูนย์ฝึกอบรม มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากศูนย์ออดี้ที่ประเทศจีน อีกแห่งคือ แถวฝั่งธน และสำหรับปี 2018 จะมีเพิ่มอีก 3 แห่ง แบ่งเป็นในกรุงเทพ ภาคอีสาน และภาคใต้ และในช่วงสิ้นปี 2019 คาดว่าจะมีศูนย์บริการออดี้ทั่วประเทศอย่างน้อย 10 แห่ง และจะประกาศรับดีลเลอร์ในช่วงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

●   เรื่องที่หลายคนกังวล คือ การสต๊อกอะไหล่ ราคาอะไหล่ และค่าแรง ซึ่งออดี้ ไทยแลนด์ ก็ให้ความมั่นใจว่า รถออดี้ทุกรุ่นจะมีอะไหล่รองรับอย่างเพียงพอ มีการสต๊อกอะไหล่มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท และยังคงสั่งมาสต๊อกเพิ่มเรื่อยๆ คาดว่าน่าจะถึง 10 ล้านบาท ในส่วนของราคาอะไหล่ก็มีการปรับโครงสร้างตามนโยบายของ Volkswagen Group เพื่อให้ได้อะไห่ลที่ราคาสมเหตุสมผล โปร่งใส และไม่บวกกำไรเกินจริง เพื่อให้ผู้ใช้ออดี้เกิดความมั่นใจ อะไหล่บางชิ้นที่ต้องสั่งจากต่างประเทศ ก็จะมีราคาเปรียบเทียบให้เห็นว่า ถ้ายอมรอนานหน่อยก็จะได้ราคาถูกลง แต่ถ้ารีบใช้ ต้องส่งมาทางเครื่องบิน ราคาก็จะสูงกว่า โดยจะแยกราคาอะไหล่กับค่าขนส่งให้ชัดเจน เน้นความโปร่งใส ส่วนค่าแรงก็คิดตามมาตรฐานของ Audi AG ไม่ได้ตั้งราคาค่าแรงตามความพอใจ

●   ใน บางกอก มอเตอร์โชว์ 2560 ที่ผ่านมา ออดี้มียอดจองเกินคาด 184 คัน และหลังจากนั้นก็มียอดจองทยอยเข้ามาเรื่อยๆ สำหรับเป้ายอดจองในปีนี้ไม่ได้กำหนดตายตัว แต่คาดว่าในปีแรกถ้าได้ระดับ 400-600 คันก็พอใจแล้ว สำหรับรถที่ลูกค้าจองก็เริ่มทยอยส่งมอบแล้ว สำหรับรุ่น TT ที่มียอดจองสูงสุด ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของยอดรวม ก็จะส่งรถได้ประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้ และถ้าเป็นรุ่นหรือสีแปลกๆ ก็อาจต้องรอนานประมาณ 4-5 เดือน ซึ่งที่ผ่านมาก็บอกลูกค้าไปตรงๆ ว่าต้องรอนานแค่ไหน

●   ปัจจุบันผู้จำหน่ายออดี้รายเดิมก็ยังทำตลาดอยู่ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับผู้ซื้อว่าจะซื้อกับใคร และเมื่อซื้อแล้วผู้บริการรายเดิมที่จะปิดตัวลงในช่วงสิ้นปี ลูกค้าก็สามารถมาใช้บริการกับออดี้ ไทยแลนด์ได้ ส่วนรถออดี้ที่ซื้อจากผู้นำเข้าอิสระ ถ้าต้องการเข้ามาเซอร์วิส จะต้องเสียค่าแรกเข้า 10,000-50,000 บาท แล้วแต่รุ่น ซึ่งจากการสำรวจย้อนหลัง 5 ปี พบว่ามีรถออดี้ในไทยประมาณ 1,100 คัน โดยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นรถจากผู้นำเข้าอิสระ

●   สำหรับแผนการประกอบในประเทศ ก็มีความเป็นไปได้ถ้าสามารถทำยอดจำหน่ายได้ถึง 2,000 คัน และหลังจากนี้ก็กำลังดูความเป็นไปได้ว่าจะนำรถรุ่นไหนเข้ามาทำตลาดบ้าง เช่น เครื่องยนต์ดีเซลใน Q7 ที่น่าจะเข้ามาทำตลาดในช่วง 2-3 เดือนนับจากนี้ ส่วนในระยะยาวก็มีแผนจะเปิดตัวรถใหม่รวม 13 รุ่นหลัก 23 รุ่นย่อย ทั้ง A6, A8 และ Q5 ส่วนรุ่นแรงอย่าง RS ต้องดูเรื่องราคาอีกครั้ง เช่นเดียวกับรถไฮบริดรุ่นต่างๆ ที่ต้องดูทั้งในส่วนของบริการหลังการขาย และระบบในเมืองไทยว่าพร้อมรองรับหรือไม่

กลับกรุงเทพด้วย A4 40 TFSI S line

●   วันรุ่งขึ้นเดินทางกลับด้วย A4 40 TFSI S line เครื่องยนต์สเปคเดียวกับ A5 Coupe 40 TFSI S line น้ำหนักตัวรถ 1,405 กิโลกรัม ยาง 245/40 R18 รถมีกำลัง 190 แรงม้า น้อยกว่า A4 45 TFSI quattro S line ที่ขับช่วงขามาอยู่ถึง 62 แรงม้า กับแรงบิดที่น้อยกว่า 5.1 กก.-ม. แทบไม่ส่งผลเมื่อขับแบบใช้งานทั่วไป การเร่งจากจุดหยุดนิ่งหรือเร่งแซง ยังทำได้อย่างเฉียบขาด เหลือเฟือสำหรับการจราจรและสภาพถนนในเมืองไทย ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าแทบไม่มีอาการ Torque Steer ให้สัมผัสทั้งในช่วงเร่งออกตัว หรือช่วงเลี้ยวมุมแคบ การยึดเกาะถนนก็ทำได้ดี มีตัวช่วยครบครันทั้ง ASR ป้องกันล้อหมุนฟรี และ ESC ควบคุมการทรงตัว ถ้าไม่เล่นแรงจริงๆ รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าก็รองรับได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องไปถึงรุ่น A4 45 TFSI quattro S line ประหยัดเงินได้อีก 4.5 แสนบาท

●   เซต 0 ก่อนออกเดินทาง ขากลับขับสบายๆ เพราะถ้าเข้ากรุงเทพเร็วเกินไปก็จะเจอรถติดอยู่ดี แม้ตั้งใจจะขับเรื่อยๆ แต่เมื่อถนนโล่งและปลอดภัย ความเร็วก็มักจะไหลขึ้นไปป้วนเปี้ยนแถว 140-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งที่ไม่ได้รีดเค้นคันเร่งเลย แรงบิดที่สูงในรอบต่ำ ทำให้ขับง่าย ไม่ต้องลากรอบสูง กดเบาๆ ไปเรื่อยๆ ทั้งความนิ่งของตัวรถ และเสียงลมปะทะที่มีแค่แผ่วๆ ทำให้รู้สึกว่าขับไม่เร็ว รถควบคุมง่าย พวงมาลัยนิ่ง เบรกดี ทำให้ขับได้เร็ว ปลอดภัย และผ่อนคลาย พักสลับผู้ขับที่ระยะ 94.5 กิโลเมตร ใช้เวลา 57 นาที ความเร็วเฉลี่ย 98 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12.8 กิโลเมตรต่อลิตร ใจคิดว่าน่าจะดีกว่านี้อีกนิด อาจเพราะใช้ความเร็วค่อนข้างสูง

●   สลับผู้ขับแล้วเดินทางต่อ รถเริ่มหนาแน่น แต่ยังใช้ความเร็วคงที่ได้ ที่ระยะ 150.8 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มเป็น 99 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นเป็น 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร จากนั้นเจอรถติดแบบค่อนข้างสาหัส ถึงโชว์รูมออดี้ด้วยระยะทางทั้งหมด 185.7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชั่วโมง ความเร็วเฉลี่ย 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.1 กิโลเมตรต่อลิตร อยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเปรียบเทียบกับความเร็วที่ใช้และสภาพการจราจร

●   ออดี้ ทั้ง A4, A5 และ TT เป็นรถที่ไฮเทคกำลังดี สามารถใช้งานระบบต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องคลำกันนาน ระบบที่ใช้บ่อยๆ ถูกดึงออกมาเป็นสวิตช์แยกเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว การออกแบบทั้งภายนอกและภายในดูสวยงามลงตัว ใช้วัสดุคุณภาพดีและประณีต เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังมีสมรรถนะที่ดี ช่วงล่างเซตมาพอเหมาะกับความแรง ราคาไม่แพงเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้ เพียงแต่ในราคาใกล้เคียงกันนี้ มีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็เป็นการบ้านของออดี้ว่าจะทำอย่างไรให้คนเลือกออดี้   ●

ขอบคุณ บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


2017 Audi Thailand Press Trip


 

Drunk Dont Drive