October 21, 2016
Motortrivia Team (6753 articles)

F1 US GP 2016 Preview : ศึกแรกของฮาสในบ้านเกิด


Posted by : Fascinator 

 

●   สนามที่ 18 ของการแข่งขันฟอร์มูล่าวันประจำฤดูกาล 2016 เราจะบินข้ามจาก ญี่ปุ่น ไปยังฝั่งอเมริกา กับการแข่งขันที่ เซอร์กิตออฟดิอเมริกา เมืองออสติน

●   เซอร์กิตออฟดิอเมริกาเป็นสนามน้องใหม่ล่าสุดของประเทศสหรัฐฯ ตั้งอยู่ที่มลรัฐเท็กซัส เมืองออสติน ถูกนำเสนอโปรเจคในปี 2010 และเปิดใช้งานครั้งแรกในปี 2012 มันถูกสร้างขึ้นเพื่อทำการแข่งขัน ฟอร์มูล่าวัน บนแผ่นดินอเมริกันโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามมันยังสามารถจัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตได้อีกหลายรายการ อาทิ โมโตจีพี, วี8 ซุปเปอร์คาร์ หรือดับบลิวอีซี

●   เพื่อให้เป็นสนามแข่งที่ดึงดูดโปรโมเตอร์รายการต่างๆ และนักท่องเที่ยว โคต้า (เซอร์กิตออฟดิอเมริกา) เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์และมีหลายอย่างที่สนามแข่งอื่นๆ ไม่มี ผังสนามนั้นเป็นการเอาเอกลักษณ์เด่นๆ ของสนามแข่งดังๆ ทั่วโลกมารวมกันไว้ที่นี่ เริ่มตั้งแต่โค้งแรกซึ่งมีการยกระดับแทร็คขึ้นเป็นเนินสูง ทำให้เป็นโค้งมุมอับสายตายากต่อการเบรกเหมือนโค้งแรกของสนาม เรดบูลล์ริง อีกทั้งก่อนเข้าโค้งยังเปิดแทร็คออกกว้างและออกจากโค้งเป็นทางปิดแคบ ทำให้นักแข่งสามารถเลือกไลน์ได้หลากหลายและแซงกันได้ง่ายเหมือนกับโค้ง 4 ของสนาม พุทธอินเตอร์เนชั่นแนล จากโค้งแรกวิ่งลงเนินราวกับรถไฟเหาะลงมาสู่โค้ง 2 เข้าสู่เซคชั่นโค้ง 3-4-5-6-7-8-9 ซึ่งเป็นโค้งซ้าย-ขวา ความเร็วสูงสลับกันไปมาเหมือนกับโค้งแม็กกอตส์-เบ็คเกตส์ อันโด่งดังแห่ง สนามซิลเวอร์สโตน จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงทางตรงยาวของสนามซึ่งมีความโค้งขวาเล็กน้อย มีความยาวช่วงนี้ทั้งสิ้น 1,040 เมตร ออกจากช่วงทางตรงยาวจะเป็นช่วงสเตเดียมเซคชั่น ช่วงนี้เลียนแบบโค้งความเร็วต่ำล้อมรอบไปด้วยแกรนด์สแตนด์เหมือนกับ สนามฮอคเคนไฮม์ แล้วก็จะเข้าสู่โค้ง 17-18 ซึ่งเป็นโค้งขวาความเร็วสูงมียอดโค้งหลายยอดเหมือนโค้ง 8 อันโด่งดังของสนามอิสตันบูลพาร์ค ก่อนจะเข้าสู่ช่วงทางตรงหน้าพิทเลนอีกครั้ง

●   นอกจากนั้นในสนามยังมีโรงมหรสพขนาดใหญ่ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 14,000 คน และหอคอยสังเกตการณ์ความสูง 77 เมตร ซึ่งทำให้เห็นวิวสนามแบบพาโนราม่า 360 องศา และยังมองไกลเห็นถึงตัวเมืองออสตินอีกด้วย

ใครมีโอกาสชนะมากที่สุด?

●   จะเห็นได้ว่าช่วงเซคเตอร์แรกของสนามนั้นมีโค้งความเร็วสูงอยู่หลายจุด ดังนั้นแอโรไดนามิกส์ต้องทำหน้าที่ของมันให้ดีที่สุด ดาวน์ฟอร์ซ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเซคเตอร์แรกที่จะช่วยให้ระทะยานผ่านโค้งไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด

●   แต่นอกจากจะมีโค้งความเร็วสูงแล้ว สนามแห่งนี้ยังมีทางตรงยาวและความต่างระดับทั้งสนามที่แตกต่างกันถึง 41 เมตร ดังนั้นมันจะต้องมีกำลังเครื่องยนต์ที่ดีด้วยเช่นกัน เพื่อให้ลากตัวรถแหวกอากาศบนทางตรงให้เร็วที่สุดหรือทะยานขึ้นเนินไปให้ไวที่สุด

●   ในส่วนของการใช้ยาง แน่นอนว่าโค้งความเร็วสูงและทางตรงยาวที่ถูกดักด้วยแฮร์พินทำให้การสึกหรอของยางอยู่ในระดับสูงเช่นกัน ดังนั้นนักแข่งจำเป็นจะต้องบริหารยางให้ดีในการแข่งขัน

●   เมื่อสรุปข้อมูลทั้งหมดออกมา เมอร์เซเดสคงจะทิ้งห่างเรดบูลล์ออกไปมากกว่าสนามที่ผ่านมา รถของพวกเขามีดาวน์ฟอร์ซที่ดี มีเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพ และมีการบริหารยางที่ยอดเยี่ยม ณ ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครสามารถต่อกรกับพวกเขาได้อีกแล้ว ในขณะที่เรดบูลล์คงต้องระวังเฟอร์รารีซึ่งดูจะมีพัฒนาการตัวรถที่ดีขึ้นในสนามที่ผ่านมา

●   ทีมที่น่าจับตาเห็นจะเป็นวิลเลียมส์และฟอร์ซอินเดีย ซึ่ง 2 ทีมนี้กำลังแย่งอันดับ 4 ในคะแนนสะสมประเภททีมอยู่อย่างดุเดือด

●   อีกทีมหนึ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ก็คือ ฮาสเอฟวัน ทีมฮาสเป็นทีมอเมริกันทีมแรกนับตั้งแต่ปี 1977 ที่กลับมาลงแข่งขันฟอร์มูล่าวันอีกครั้ง ทางทีมคาดหวังที่จะสร้างผลงานให้ประทับใจแฟนๆ อเมริกันให้สมกับการรอคอยในครั้งนี้

 

บันทึกความทรงจำ

●   ออนบอร์ดไปกับ เซบาสเตียน เวทเทล ในปี 2012 กับรอบที่เขาทำเวลาเร็วที่สุดของสนามในช่วงควอลิฟาย 1.35.657 ครับ   ●


รายละเอียดสนามเพิ่มเติม
•   สนาม : เซอร์กิตออฟดิอเมริกา
•   ความยาวสนามต่อรอบ : 5.513 กิโลเมตร
•   จำนวนรอบการแข่งขัน : 59 รอบ
•   ความจุผู้ชม : 120,000 คน
•   ผู้ออกแบบ : เฮอร์มันน์ ทิลเก้
•   ทุนในการก่อสร้าง : 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
•   เปิดใช้งานครั้งแรก : ปี 2012
•   จำนวนครั้งที่ถูกใช้งาน : 4
•   ความเร็วสูงสุด : 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง
•   แรง G สูงสุด : 4.5
•   การใช้คันเร่งเต็มที่ต่อรอบ : 59%
•   ช่วงทางตรงยาวที่สุด : 1,040 เมตร
•   ช่วงกดคันเร่งยาวที่สุด : 1,090 เมตร
•   อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง : สูง
•   อัตราสิ้นเปลืองเบรก : สูง
•   อัตราสิ้นเปลืองยาง : สูง
•   ต้องการดาวน์ฟอร์ซ : สูง
•   โอกาสในการแซง : สูง
•   จุดแซงสำคัญ : โค้ง 1
•   จุดทำเวลาสำคัญ : โค้ง 3-4-5-6-7-8-9
•   ยางที่สามารถใช้ได้ : ซุปเปอร์ซอฟต์, ซอฟต์, มีเดียม
•   DRS Zone : โซนคู่ โซนแรกอยู่ที่ 320 เมตร หลังผ่านโค้ง 11 มีจุดตรวจจับเวลาอยู่ที่ 150 เมตร หลังผ่านโค้ง 10
•   โซนที่ 2 อยู่ที่ 80 เมตร หลังผ่านโค้ง 20 มีจุดตรวจจับเวลาอยู่ที่ 65 เมตร หลังผ่านโค้ง 18
•   ผู้ชนะคนล่าสุด : ลูอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส
•   ผู้ที่ได้ตำแหน่งโพลคนล่าสุด : นิโค รอสเบิร์ก – เมอร์เซเดส
•   ผู้ที่ชนะมากที่สุดในสนามนี้บนกริด : ลูอิส แฮมิลตัน (2012, 2014, 2015)
•   สถิติสนาม : เซบาสเตียน เวทเทล – เรดบูลล์ เรโนลต์ – 1.39.347 – 2012


•  espnf1.com.
•  f1fanatic.co.uk.
•  en.wikipedia.org.


Drunk Dont Drive