F1 Monaco GP 2019 : แฮมิลตันรอดการจู่โจมอย่างหนักจากเวอร์สแท็พเพ่น
May 31, 2019
Motortrivia Team (5586 articles)

F1 Monaco GP 2019 : แฮมิลตันรอดการจู่โจมอย่างหนักจากเวอร์สแท็พเพ่น

Posted by : FascinatorFJ.

●   ลูวอิส แฮมิลตัน รอดพ้นจากการจู่โจมอย่างหนักจาก แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น พารถเมอร์เซเดสของเขาเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกที่โมนาโค โดยมีรถเรดบูลล์ของเวอร์สแท็พเพ่น, เซบาสเตียน เวทเทล จากเฟอร์รารี และเพื่อนร่วมทีมอย่าง วาลท์เทรี บ็อตตาส วิ่งไล่เรียงแถวตามเข้าเส้นชัย

●   แฮมิลตันนั้นต้องทนรับแรงกดดันจากเวอร์สแท็พเพ่นถึงมากกว่า 60 รอบ และเจ้าตัวยังต้องบริหารยางที่เป็นชนิดที่นิ่มกว่าอีก 3 คัน ข้างหลัง ซึ่งแชมป์โลกจากสหราชอาณาจักรฯ ทำได้อย่างดีเยี่ยม และทำให้เขาเข้าเส้นชัยไปเป็นคันแรก ส่วนเวอร์สแท็พเพ่นที่ตามมานั้นถึงแม้ว่าจะผ่านเส้นชัยเป็นคันที่ 2 แต่เจ้าตัวถูกคาดโทษบวกเวลา 5 วินาที มา ทำให้อันดับไหลลงไปเป็นอันดับ 4 ตามหลังเวทเทลและบ็อตตาส

●   มาที่โมนาโคทุกคนก็คงสามารถคาดเดาได้ว่าอันดับจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างการแข่งขันมากนัก อยู่ที่การควอลิฟายให้ได้อันดับที่ดีที่สุดและสตาร์ทชิงอันดับขึ้นมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งแฮมิลตันนั้นชิงเข้าโค้งแรกได้ไปก่อนจากตำแหน่งโพล โดยมีบ็อตตาสปาดเวอร์สแท็พเพ่นอย่างดุดันชิงเข้าโค้งแรกตามเพื่อนร่วมทีมขึ้นไป

●   ในช่วงแรกนั้นการแข่งขันที่หัวแถวไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งใดๆ แต่ว่าท้ายแถวนั้น ชาร์ล เลอแคลร์ ซึ่งหลุด Q1 จากการที่เฟอร์รารีคำนวณเวลาผิดพลาด พยายามไล่อันดับขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เขาแซง แลนโด้ นอริส จากแม็คลาเรน ได้ที่โค้งโลวส์ จากนั้นเสียบด้านในรถฮาสของ โรมัง โกรส์ฌอง ที่โค้งราสคัส เขาพยายามจะทำแบบเดิมอีกครั้งกับ นิโค ฮูลเคนเบิร์ก แต่ในคราวนี้รถเรโนลต์ของฮูลเคนเบิร์กนั้นไม่ได้เปิดระยะมากพอที่เลอแคลร์จะมุดเข้าไปได้ รถของนักแข่งโมนาแกสจึงไปสะกิดกำแพงบริเวณล้อหลังด้านขวา ส่งผลให้ยางแตกและเรียกเซฟตี้คาร์ออกมาในเวลาต่อมา

●   ในช่วงที่เซฟตี้คาร์ออกมา เหล่าบรรดาหัวแถวได้ตัดสินใจเข้าพิท แฮมิลตันนำขบวนเข้ามาโดยเปลี่ยนเป็นยางมีเดียม บ็อตตาสบล็อกรถข้างหลังเพื่อเว้นระยะและเปลี่ยนเป็นยางมีเดียมเช่นกัน ในขณะที่เวอร์สแท็พเพ่นและเวทเทลเปลี่ยนเป็นยางฮาร์ด แต่ในช่วงจังหวะออกจากพิทบ็อกซ์ รถของเวอร์สแท็พเพ่นถูกปล่อยออกมาพอดีกับที่รถของบ็อตตาสวิ่งมาถึง ทั้งคู่ปะทะกันเบาๆ และบ็อตตาสถูกบีบเข้ากำแพงจนยางรั่ว ทำให้นักแข่งฟินน์ต้องเข้าพิทมาอีกครั้งหลังจากนั้นโดยเปลี่ยนเป็นยางฮาร์ด ส่วนเวอร์สแท็พเพ่นถูกบวกเวลา 5 วินาที เป็นการลงโทษ

●   เมื่อการแข่งขันผ่านไปประมาณ 20 รอบ เมอร์เซเดสเริ่มรู้ตัวแล้วว่าพวกเขาวางแผนใส่ยางให้แฮมิลตันผิดชนิด นั่นทำให้พวกเขาเปลี่ยนแผนและสั่งให้แฮมิลตันลากยางมีเดียมให้จบการแข่งขันให้ได้ ซึ่งแฮมิลตันต้องพบกับความยากลำบากทั้งยางสึกหรออย่างสาหัส และเวอร์สแท็พเพ่นไล่กดดันอย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดแล้วแฮมิลตันก็ควบคุมสถานการณ์อันแสนกดดันทุกอย่างไว้ได้และเข้าเส้นชัยไปเป็นคันแรกในที่สุด

●   ถัดจากหัวแถว 4 คัน ปิแอร์ แกสลีย์ จากเรดบูลล์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 5 โดยนักแข่งเฟรนช์ซึ่งไล่กลุ่มหน้าไม่ทันได้ถูกสั่งให้เข้าพิทเพื่อเปลี่ยนเป็นยางซอฟต์ในช่วงท้าย ทำให้เจ้าตัวกดเวลาต่อรอบเร็วที่สุดเก็บแต้มพิเศษไปได้อีก 1 แต้ม

●   คาร์ลอส ซายน์ จากแม็คลาเรน คือนักแข่งที่ทำได้ดีที่สุดต่อจาก 3 ทีมหัวแถว นักแข่งสแปนิชสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมและชิงมาได้ 2 อันดับ ตั้งแต่รอบแรก จากนั้นทั้งเขาและทีมก็กะเวลาในการเข้าพิทอย่างแม่นยำทำให้รักษาอันดับ 6 ของตัวเองเอาไว้ได้จนจบการแข่งขัน โดยมี 2 นักแข่ง จากโทโรรอสโซ ดานีล คฟยาต และ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน เข้าเส้นชัยตามมาตามลำดับ

●   แดเนียล ริคคิอาร์โด เก็บแต้มให้กับเรโนลต์ในวันนี้ได้ 2 แต้ม จากอันดับ 9 อย่างไรก็ตามเกิดความผิดพลาดจากกลุทธ์การแข่งขันของทีมทำให้เขาถอยหลังลงมาถึง 3 อันดับ จากกริดสตาร์ท ส่วน โรมัง โกรส์ฌอง เก็บแต้มให้ฮาสได้กับอันดับ 10

●   ทางด้านเลอแคลร์หลังจากที่เข้าพิทไปเปลี่ยนยางแล้ว เขาออกมาวิ่งได้เพียงไม่กี่รอบก็ต้องรีไทร์ไปจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถ โดยเขาเป็นนักแข่งเพียงคนเดียวที่ไม่จบการแข่งขันในสนามนี้ ●

สรุปผลการแข่งขัน

  1. ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส – 1.43.28.437 – กริด 1
  2. เซบาสเตียน เวทเทล – เฟอร์รารี – +2.602 – กริด 4
  3. วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – +3.162 – กริด 2
  4. แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น – เรดบูลล์ ฮอนด้า – +5.537 – กริด 3
  5. ปิแอร์ แกสลีย์ – เรดบูลล์ ฮอนด้า – +9.946 – กริด 8
  6. คาร์ลอส ซายน์ – แม็คลาเรน เรโนลต์ – +53.454 – กริด 9
  7. ดานีล คฟยาต – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – +54.574 – กริด 7
  8. อเล็กซานเดอร์ อัลบอน – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – +55.200 – กริด 10
  9. แดเนียล ริคคิอาร์โด – เรโนลต์ – +1.00.894 – กริด 6
  10. โรมัง โกรส์ฌอง – ฮาส เฟอร์รารี – +1.01.034 – กริด 13
  11. แลนโด้ นอริส – แม็คลาเรน เรโนลต์ – +1.06.801 – กริด 12
  12. เซอร์จิโอ้ เปเรซ – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – +1 รอบ – กริด 16
  13. นิโค ฮูลเคนเบิร์ก – เรโนลต์ – เรโนลต์ – +1 รอบ – กริด 11
  14. เควิน แม็กนุสเซน – ฮาส เฟอร์รารี – +1 รอบ – กริด 5
  15. จอร์จ รัสเซล – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – +1 รอบ – กริด 19
  16. แลนซ์ สโตรล – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – +1 รอบ – กริด 17
  17. คิมี ไรค์โคเนน – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – +1 รอบ – กริด 14
  18. โรเบิร์ต คูบิคซ่า – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – +1 รอบ – กริด 20
  19. อันโตนิโอ โจวินาซซี – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – +1 รอบ – กริด 18

DNF – ชาร์ล เลอแคลร์ – เฟอร์รารี – รอบที่ 16 – เสียหายจากอุบัติเหตุ – กริด 15
เวลาต่อรอบเร็วที่สุด – ปิแอร์ แกสลีย์ – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 1.14.279 – รอบที่ 72

คะแนนสะสมประเภทนักขับ

  1. ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส – 137
  2. วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – 120
  3. เซบาสเตียน เวทเทล – เฟอร์รารี – 82
  4. แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 78
  5. ชาร์ล เลอแคลร์ – เฟอร์รารี – 57
  6. ปิแอร์ แกสลียร์ – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 32
  7. คาร์ลอส ซายน์ – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 18
  8. เควิน แม็กนุสเซน – ฮาส เฟอร์รารี – 14
  9. เซอร์จิโอ้ เปเรซ – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 13
  10. คิมี ไรค์โคเนน – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 13
  11. แลนโด้ นอริส – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 12
  12. ดานีล คฟยาต – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 9
  13. แดเนียล ริคคิอาร์โด – เรโนลต์ – 8
  14. อเล็กซานเดอร์ อัลบอน – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 7
  15. นิโค ฮูลเคนเบิร์ก – เรโนลต์ – 6
  16. แลนซ์ สโตรล – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 4
  17. โรมัง โกรส์ฌอง – ฮาส เฟอร์รารี – 2
  18. อันโตนิโอ โจวินาซซี – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี
  19. จอร์จ รัสเซล – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส
  20. โรเบิร์ต คูบิคซ่า – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส

คะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต

  1. เมอร์เซเดส – 257
  2. เฟอร์รารี – 139
  3. เรดบูลล์ ฮอนด้า – 110
  4. แม็คลาเรน เรโนลต์ – 30
  5. เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 17
  6. ฮาส เฟอร์รารี – 16
  7. โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 16
  8. เรโนลต์ – 14
  9. อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 13
  10. วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส

ที่มา :
•  autosport.com.
•  espnf1.com.


ผลการแข่งขันฤดูกาล 2019

●   สนามที่ 01 : Australian GP 2019 : บ็อตตาสเชือดคู่แข่งทุกคนบนแทร็คเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก.
●   สนามที่ 02 : Bahrain GP 2019 : แฮมิลตันคว้าชัยแบบส้มหล่น หลังเลอแคลร์มีปัญหาทางเทคนิค.
●   สนามที่ 03 : Chinese GP 2019 : แฮมิลตันคว้าชัย พร้อมพาเมอร์เซเดสจบ 1-2 เป็นสนามที่ 3.
●   สนามที่ 04 : Azerbaijan GP 2019 : บ็อตตาส/แฮมิลตัน กวาดแชมป์ 1-2 เป็นสนามที่ 4.
●   สนามที่ 05 : Spanish GP 2019 : แฮมิลตัน/บ็อตตาส เข้าเส้นชัย 1-2 เป็นสนามที่ 5.
●   สนามที่ 06 : Monaco GP 2019 : แฮมิลตันรอดการจู่โจมอย่างหนักจากเวอร์สแท็พเพ่น.

Drunk Dont Drive