September 25, 2019
Motortrivia Team (8021 articles)

F1 Singapore GP 2019 : เวทเทล คว้าชัยชนะแรกในรอบ 1 ปีกว่าสำเร็จ

Posted by : FascinatorFJ.

●   เซบาสเตียน เวทเทล คว้าชัยชนะแรกในรอบ 1 ปีกว่า ได้สำเร็จ หลังจากที่เขาอันเดอร์คัท ชาร์ล เลอแคลร์ ในพิท จนทำให้ขึ้นมาเป็นผู้นำได้

●   เลอแคลร์พารถเฟอร์รารีขึ้นนำจากตำแหน่งโพลตั้งแต่โค้งแรก ถึงแม้ว่า ลูวอิส แฮมิลตัน จะขับรถเมอร์เซเดสของเขาจี้ติดท้ายเพียงใดก็ยังไม่อาจแซงเลอแคลร์ได้ แต่จุดเปลี่ยนนั้นอยู่ที่การเข้าพิทซึ่งเวทเทลที่อยู่อันดับ 3 นั้นเข้าพิทไปก่อนใน 3 คันแรก เลอแคลร์เข้าพิทในรอบถัดมาแต่ก็ไม่ทันความเร็วของรถเวทเทลที่ได้ยางสดใหม่มาได้ ส่วนแฮมิลตันนั้นทีมงานเมอร์เซเดสสลับกลยุทธ์กับเฟอร์รารี ทำให้เขาออกพิทมาอยู่หลังสุดใน 3 คนนี้

●   สำหรับเลอแคลร์นั้น นักแข่งโมเนแกสคิดว่ากลยุทธ์ของต้นสังกัดนั้นไม่แฟร์กับเขาเสียเท่าไร อย่างไรก็ตามตัวเขาก็ยังคงทำตามและรักษาอันดับ 2 ตามหลังนักแข่งเยอรมันเข้าเส้นชัย ทำให้นี่เป็นการเข้าเส้นชัยแบบ 1-2 ครั้งแรกของเฟอร์รารีนับจากฮังกาเรียนกรังด์ปรีซ์ 2017

●   เลอแคลร์นั้นขับบริหารเพซอยู่ในตำแหน่งผู้นำ นั่นทำให้ช่วงแรกอันดับ 1 – 6 นั้นมีระยะห่างที่ชิดกันมาก อีกทั้งยังทำให้ใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่ม 6 คนนี้ ทำอันเดอร์คัทได้ยากอีกด้วย เนื่องจากเมื่อเข้าพิทแล้วออกไปจะติดอยู่กับกลุ่มกลางซึ่งเป็นรถช้า อย่างไรก็ตามเมื่อกลุ่มกลางเริ่มเข้าพิทและมีระยะช่องว่างที่มากพอ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น ได้เตรียมพร้อมที่จะเข้าพิทเพื่อทำอันเดอร์คัทเป็นคันแรก และเมื่อทีมงานเฟอร์รารีเห็นเช่นนั้นจึงได้เรียกเวทเทลเข้าพิทมาด้วยเช่นกัน

●   ในรอบถัดมาเลอแคลร์ก็ได้เข้าพิทตามเวทเทล แต่ด้วยความที่ยางสดใหม่สามารถทำเวลาได้ดีเกินคาด เวทเทลจึงได้อยู่หน้าเลอแคลร์หลังจากเลอแคลร์ออกจากพิท ส่วนแฮมิลตันเลือกที่จะวิ่งต่อไปแม้ยางเริ่มสึก เพื่อหาช่องว่างที่จะทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการใช้ยางสดโจมตีในช่วงท้าย

●   2 นักขับเฟอร์รารีหลังจากที่พวกเขาเข้าพิท ไม่กี่รอบพวกเขาก็มาติดอยู่ท้ายรถกลุ่มกลางที่ขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มนำ แต่เวทเทลนั้นสามารถมุดแซงขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วและเพิ่มระยะห่างระหว่างตนเองกับเลอแคลร์ที่ตามมา นั่นทำให้แฮมิลตันเสียประโยชน์จากการที่วิ่งอยู่ในแทร็คก่อนเข้าพิทนานเกินไป และเมื่อเข้าพิทไปแล้ว เขาทำได้เพียงออกมาตามหลังเวอร์สแท็พเพ่นที่อยู่หลังเลอแคลร์อีกทีเท่านั้น

●   นอกจากนั้นเพซของแฮมิลตันยังแย่มาก แย่เสียจนทางทีมสั่ง วาลท์เทรี บ็อตตาส ที่ได้เข้าพิทไปก่อนหน้านี้ ให้ขับให้ช้าลง เพื่อที่แฮมิลตันจะได้ออกมาแล้วอยู่หน้านักแข่งฟินน์

●   ในช่วงท้ายการแข่งขันนั้นไม่มีใครในตำแหน่งผู้นำสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอันดับกันได้ เนื่องจากได้มีเซฟตี้คาร์ออกมาถึง 3 ช่วง ครั้งแรกนั้นเกิดจาก โรมัง โกรส์ฌอง ทิ่มรถฮาสเข้าไปใส่รถวิลเลียมส์ของ จอร์จ รัสเซล จนนักแข่งน้องใหม่นั้นเข้าไปเบียดอยู่กับกำแพงและออกจากการแข่งขัน ครั้งที่ 2 มาจากรถเรซซิ่งพอยต์ของ เซอร์จิโอ เปเรซ ซึ่งเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิคและได้จอดอยู่บนแทร็คระหว่างโค้ง 10 และ 11 ส่วนครั้งสุดท้ายนั้นเกิดจาก ดานีล คฟยาต เบรกลึกทิ่มรถโทโรรอสโซของเขาเข้าไปหารถ อัลฟ่า โรเมโอ ของ คิมี ไรค์โคเนน จนช่วงล่างรถอัลฟ่าหักและนักแข่งฟินน์ต้องออกจากการแข่งขัน

●   เวอร์สแท็พเพ่นนั้นสามารถป้องกันตำแหน่งจากการจู่โจมของแฮมิลตันได้ นั่นทำให้นักแข่งดัตช์ขึ้นรับโพเดียมในอันดับ 3 ตามมาด้วยแฮมิลตัน ส่วนบ็อตตาสจบการแข่งขันตามเพื่อนร่วมทีมในอันดับ 5 และอยู่หน้า อเล็กซานเดอร์ อัลบอน เพื่อนร่วมทีมของเวอร์สแท็พเพ่น ในอันดับ 6

●   แลนโด้ นอริส หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุและกลับมาทำคะแนนให้กับแม็คลาเรนได้อีกครั้งในอันดับ 7 โดยมี ปิแอร์ แกสลีย์ ซึ่งขับรถโทโรรอสโซไล่แซงขึ้นมาจนถึงอันดับ 8

●   อันดับ 9 นั้นตกเป็นของ นิโค ฮูลเคนเบิร์ก ซึ่งในตอนแรกนั้นนักแข่งเยอรมันพารถเรโนลต์ของเขาทิ่มเข้าไปที่ท้ายรถแม็คลาเรนของ คาร์ลอส ซายน์ จนต้องเข้าพิทไปเปลี่ยนปีกหน้าตั้งแต่ช่วงแรก อย่างไรก็ตามจังหวะเซฟตี้คาร์ที่ออกมาช่วยให้นักแข่งเยอรมันสามารถไล่ทำอันดับขึ้นมาได้ ส่วน อันโตนิโอ โจวินาซซี จบการแข่งขันในอันดับ 10 แม้ว่ารถของเขาจะเกิดเหตุปะทะบนสนาม เนื่องจากจังหวะเซฟตี้คาร์ได้ช่วยให้นักแข่งอิตาเลียนเปลี่ยนยางและออกมาไล่ทำอันดับในช่วงท้าย เก็บ 1 คะแนน ให้กับ อัลฟ่า โรเมโอ

●   ทางด้าน แดเนียล ริคคิอาร์โด ซึ่งถูกริบผลการควอลิฟายจนต้องไปสตาร์ทอันดับสุดท้ายนั้น นักแข่งออสซีขับรถเรโนลต์ของเขาไล่อันดับขึ้นมาได้อย่างดุดันทีเดียว แต่วันนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่วันของเขา นักแข่งออสซีเกิดอุบัติเหตุอีกครั้งทำให้ยางแตก และนั่นทำให้เขาหล่นลงไปอันดับท้ายๆ เช่นเดิม  ●

สรุปผลการแข่งขัน

  1. เซบาสเตียน เวทเทล – เฟอร์รารี – 1.58.33.667 – กริด 3
  2. ชาร์ล เลอแคลร์ – เฟอร์รารี – +2.641 – กริด 1
  3. แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น – เรดบูลล์ ฮอนด้า – +3.821 – กริด 4
  4. ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส – +4.608 – กริด 2
  5. วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – +6.119 – กริด 5
  6. อเล็กซานเดอร์ อัลบอน – เรดบูลล์ ฮอนด้า – +11.663 – กริด 6
  7. แลนโด้ นอริส – แม็คลาเรน เรโนลต์ – +14.769 – กริด 9
  8. ปิแอร์ แกสลีย์ – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – +15.547 – กริด 11
  9. นิโค ฮูลเคนเบิร์ก – เรโนลต์ – +16.781– กริด 8
  10. อันโตนิโอ โจวินาซซี – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – +27.855 – กริด 10
  11. โรมัง โกรส์ฌอง – ฮาส เฟอร์รารี – +35.436 – กริด 17
  12. คาร์ลอส ซายน์ – แม็คลาเรน เรโนลต์ – +35.974 – กริด 7
  13. แลนซ์ สโตรล – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – +36.419 – กริด 16
  14. แดเนียล ริคคิอาร์โด – เรโนลต์– +37.660 – กริด 20
  15. ดานีล คฟยาต – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – +38.178 – กริด 14
  16. โรเบิร์ต คูบิคซ่า – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – +47.024 – กริด 19
  17. เควิน แม็กนุสเซน – ฮาส เฟอร์รารี – +1.26.522 – กริด 13
  • DNF – คิมี ไรค์โคเนน – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – รอบที่ 49 – อุบัติเหตุ – กริด 12
  • DNF – เซอร์จิโอ้ เปเรซ – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – รอบที่ 42 – น้ำมันรั่ว – กริด 15
  • DNF – จอร์จ รัสเซล – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – รอบที่ 34 – อุบัติเหตุ – กริด 18
  • เวลาต่อรอบเร็วที่สุด – เควิน แม็กนุสเซน – ฮาส เฟอร์รารี – 1.42.301 – รอบที่ 58

คะแนนสะสมประเภทนักขับ

  1. ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส – 296
  2. วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – 231
  3. ชาร์ล เลอแคลร์ – เฟอร์รารี – 200
  4. แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 200
  5. เซบาสเตียน เวทเทล – เฟอร์รารี – 194
  6. ปิแอร์ แกสลีย์ – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 69
  7. คาร์ลอส ซายน์ – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 58
  8. อเล็กซานเดอร์ อัลบอน – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 42
  9. แดเนียล ริคคิอาร์โด – เรโนลต์ – 34
  10. ดานีล คฟยาต – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 33
  11. นิโค ฮูลเคนเบิร์ก – เรโนลต์ – 33
  12. แลนโด้ นอริส – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 31
  13. คิมี ไรค์โคเนน – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 31
  14. เซอร์จิโอ้ เปเรซ – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 27
  15. แลนซ์ สโตรล – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 19
  16. เควิน แม็กนุสเซน – ฮาส เฟอร์รารี – 18
  17. โรมัง โกรส์ฌอง – ฮาส เฟอร์รารี – 8
  18. อันโตนิโอ โจวินาซซี – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 4
  19. โรเบิร์ต คูบิคซ่า – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – 1
  20. จอร์จ รัสเซล – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส

คะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต

  1. เมอร์เซเดส – 527
  2. เฟอร์รารี – 394
  3. เรดบูลล์ ฮอนด้า – 289
  4. แม็คลาเรน เรโนลต์ – 89
  5. เรโนลต์ – 67
  6. โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 55
  7. เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 46
  8. อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 35
  9. ฮาส เฟอร์รารี – 26
  10. วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – 1

ที่มา :
•  autosport.com.
•  espnf1.com.


ผลการแข่งขันฤดูกาล 2019

●   สนามที่ 01 : Australian GP : บ็อตตาสเชือดคู่แข่งทุกคนเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก.
●   สนามที่ 02 : Bahrain GP : แฮมิลตันคว้าชัยแบบส้มหล่น หลังเลอแคลร์มีปัญหา.
●   สนามที่ 03 : Chinese GP : แฮมิลตันคว้าชัย พร้อมพาเมอร์เซเดสจบ 1-2.
●   สนามที่ 04 : Azerbaijan GP : บ็อตตาส/แฮมิลตัน กวาด 1-2 เป็นสนามที่ 4.
●   สนามที่ 05 : Spanish GP : แฮมิลตัน/บ็อตตาส เข้าเส้นชัย 1-2 เป็นสนามที่ 5.
●   สนามที่ 06 : Monaco GP 2019 : แฮมิลตันรอดการจู่โจมอย่างหนัก.
●   สนามที่ 07 : Canadian GP : เวทเทลต้องปล่อยชัยชนะแรกของฤดูกาล.
●   สนามที่ 08 : French GP : แฮมิลตันนำตั้งแต่โพลจนกระทั่งถึงเส้นชัย.
●   สนามที่ 09 : Austrian GP : เรดบูลล์หยุดสถิติชนะต่อเนื่องของเมอร์เซเดส.
●   สนามที่ 10 : British GP : แฮมิลตันทำสถิติเป็นผู้ชนะสูงสุดคนใหม่ในรายการ.
●   สนามที่ 11 : German GP : เมอร์เซเดสพบกับฝันร้ายเป็นครั้งแรก.
●   สนามที่ 12 : Hungarian GP : แฮมิลตันแย่งแชมป์จากมือเวอร์สแท็พเพ่น.
●   สนามที่ 13 : Belgian GP : เลอแคลร์ คว้าชัยแรกให้ตัวเองและเฟอร์รารี.
●   สนามที่ 14 : Italian GP : เลอแคลร์โชว์ฟอร์มเหนือ รั้งคู่หูเมอร์เซเดส.
●   สนามที่ 15 : Singapore GP : เวทเทล คว้าชัยชนะแรกในรอบ 1 ปีกว่า.