F1 Japanese GP 2019 : บ็อตตาสช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ 6 สมัย
October 18, 2019
Motortrivia Team (5314 articles)

F1 Japanese GP 2019 : บ็อตตาสช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ 6 สมัย

Posted by : FascinatorFJ.

●   บ็อตตาส กลับมาคว้าชัยชนะอีกครั้งนับจากเดือนเมษายน 2019 หลังชิงขึ้นโค้งแรกได้ และช่วยให้เมอร์เซเดส ต้นสังกัด คว้าแชมป์โลก 6 สมัยติด

●   วาลท์เทรี บ็อตตาส นักขับสังกัดเมอร์เซเดส หลังจากที่ห่างหายจากชัยชนะมานานถึง 6 เดือน ในที่สุดนักแข่งฟินน์ก็กลับคืนสู่วิถีแห่งชัยชนะอีกครั้งหลังเข้าเส้นชัยคันแรกในรายการเจแปนีสกรังด์ปรีซ์ โดยมีผู้ที่ทำโพลอย่าง เซบาสเตียน เวทเทล เข้าเส้นชัยในอันดับ 2 และเพื่อนร่วมทีมอย่าง ลูวอิส แฮมิลตัน เข้าเส้นชัยในอันดับ 3

●   บ็อตตาสนั้นฉกตำแหน่งผู้นำมาได้ตั้งแต่โค้งแรก หลังจากที่คู่หูเฟอร์รารี เวทเทลนั้นออกตัวพลาดขยับรถไปเล็กน้อยก่อนไฟแดงดับ และ ชาร์ล เลอแคลร์ ออกตัวอย่างเชื่องช้า เวทเทลนั้นสามารถหลีกเลี่ยงไม่ถูกลงโทษจากการจัมพ์สตาร์ทได้ เนื่องจากรถของเขายังคงอยู่ในค่าพิกัดที่ FIA เผื่อให้รถขยับไว้ตอนออกตัว อย่างไรก็ตามเลอแคลร์นั้นเสียหายมากกว่าจากการที่ปะทะกับ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น จนรถเฟอร์รารีของเขาเสียหาย

●   ในเบื้องต้นเลอแคลร์นั้นไม่ถูกลงโทษจากการไถลเข้าไปชนรถเรดบูลล์ของเวอร์สแท็พเพ่น แต่หลังจบการแข่งขันกรรมการได้กลับมาทบทวนจังหวะนั้นอีกครั้งและพบว่าเลอแคลร์ควรจะระมัดระวังและมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ในช่วงสตาร์ท กรรมการจึงยื่นโทษบวกเวลา 5 วินาที และจดแต้มโทษในใบอนุญาต 2 แต้ม นอกจากนั้นกรรมการยังยื่นโทษบวกเวลาอีก 10 วินาที และปรับเงินเฟอร์รารีอีก 25,000 ยูโร ฐานปล่อยให้รถที่เสียหายของเลอแคลร์ยังคงวิ่งอยู่บนแทร็คจนทำให้เศษชิ้นส่วนที่เสียหายปลิวว่อนไปทั่ว

●   เศษชิ้นส่วนบางส่วนได้เข้าไปกระแทกจนกระจกมองหลังรถของแฮมิลตันเสียหาย และเข้าไปอุดตันในช่องระบายความร้อนเบรกรถแม็คลาเรนของ แลนโด้ นอริส จนต้องเข้าพิทเร็วกว่ากำหนดอีกด้วย ทำให้สุดท้ายแล้วเลอแคลร์โดนบวกเวลาทั้งหมด 15 วินาที ตกจากอันดับ 6 มาอยู่อันดับ 7 หลังจบการแข่งขัน

●   กลับมาที่หัวแถว บ็อตตาส, เวทเทล และ แฮมิลตัน วิ่งไล่กันอยู่ในอันดับ 1, 2 และ 3 เวทเทลเป็นคนแรกที่เข้าพิทในรอบที่ 16 นั่นทำให้บ็อตตาสขยับเข้าพิทตามในรอบถัดมา และแฮมิลตันเข้าตามหลังบ็อตตาสอีก 1 รอบ ในช่วงนี้แฮมิลตันนั้นห่างจากเวทเทลไปมากกว่า 20 วินาที แล้ว

●   ทั้งเฟอร์รารีและเมอร์เซเดสนั้นต่างวางกลยุทธ์ 2 พิท เอาไว้ แต่เฟอร์รารีเลือกวิ่งยางซอฟต์ก่อนและสลับเป็นมีเดียมในช่วงท้าย ในขณะที่เมอร์เซเดสนั้นทำตรงกันข้าม นั่นจึงทำให้แฮมิลตันเริ่มขยับไล่เวทเทลเข้ามาอีกครั้ง และถึงระยะ DRS ในขณะที่เหลืออีก 5 รอบ

●   แฮมิลตันมีโอกาสที่จะชิงอันดับ 2 หลังจากที่เวทเทลติดท้ายแบ็คมาร์คเกอร์ใน 3 รอบสุดท้าย แต่ความเร็วบนทางตรงของเฟอร์รารีนั้นช่วยให้เวทเทลรอดตัวจากสถานการณ์นี้ออกมาได้ แชมป์โลก 4 สมัย จึงนำหน้าแชมป์โลก 5 สมัย เข้าเส้นชัยในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

●   ทางด้านนักแข่งไทย อเล็กซานเดอร์ อัลบอน สนามนี้ทำผลงานดีที่สุดด้วยการจบการแข่งขันในอันดับ 4 ถึงแม้ว่าในช่วงแรกเขาจะสตาร์ทได้ไม่ดีและตกไปอยู่หลังคู่หูแม็คลาเรน

●   สำหรับแม็คลาเรนนั้นเกือบจะได้แต้มจากรถทั้ง 2 คัน อีกครั้ง คาร์ลอส ซายน์ซ ขับอย่างมั่นคงและใช้ประโยชน์สูงสุดจากกลยุทธ์พิทเดียว เข้าเส้นชัยในอันดับ 5 แต่ว่า แลนโด้ นอริส นั้นมีปัญหากับชิ้นส่วนรถของเลอแคลร์ที่เข้าไปอุดช่องระบายความร้อนเบรก ทำให้รถของเขาหล่นลงไปจบการแข่งขันในอันดับ 13

●   แดเนียล ริคคิอาร์โด จากเรโนลต์ ทำผลงานได้อย่างสวยหรู เขาสตาร์ทจากอันดับ 16 โดยใช้ยางมีเดียม แล้วไล่ขึ้นมาได้เรื่อยๆ จนผ่านเส้นชัยในอันดับ 7 ก่อนที่เลอแคลร์จะถูกปรับเวลา ทำให้ท้ายที่สุดเขาจบการแข่งขันในอันดับ 6

●   อันดับ 8, 9 และ 10 นั้นมีความชุลมุนเล็กน้อย เซอร์จิโอ เปเรซ จากเรซซิ่งพอยต์ มุดแซง นิโค ฮูลเคนเบิร์ก ในรถเรโนลต์ ขึ้นมาได้ในรอบรองสุดท้าย และเขากำลังจะแซง ปิแอร์ แกสลีย์ จากโทโรรอสโซ ได้ในรอบสุดท้ายที่โค้งแรก แต่ทั้งคู่เกิดการปะทะกันทำให้รถของเปเรซหลุดออกไปชนกำแพงไปต่อไม่ได้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้นในช่วงผ่านเส้นสตาร์ท ไฟสัญญาณแสดงธงตราหมากรุกก็ได้ติดขึ้นด้วยความผิดพลาด และนั่นทำให้การแข่งขันถูกย่นระยะลงไป 1 รอบ เปเรซจึงถือว่าจบการแข่งขันในอันดับ 9 ตามหลังแกสลีย์และอยู่หน้าฮูลเคนเบิร์ก

●   ในส่วนของผู้ที่ไม่จบการแข่งขัน เวอร์สแท็พเพ่นซึ่งปะทะกับเลอแคลร์ในช่วงแรกนั้นรถเสียหายมากเกินจนทีมตัดสินใจให้นักแข่งดัตช์รีไทร์ในรอบที่ 14  ●

สรุปผลการแข่งขัน

  1. วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – 1.21.46.755 – กริด 3
  2. เซบาสเตียน เวทเทล – เฟอร์รารี – +13.343 – กริด 1
  3. ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส- +13.858 – กริด 4
  4. อเล็กซานเดอร์ อัลบอน – เรดบูลล์ ฮอนด้า – +59.537 – กริด 6
  5. คาร์ลอส ซายน์ซ – แม็คลาเรน เรโนลต์ – +1.09.101 – กริด 7
  6. แดเนียล ริคคิอาร์โด – เรโนลต์ – +1 รอบ – กริด 16
  7. ชาร์ล เลอแคลร์ – เฟอร์รารี – +1 รอบ – กริด 2
  8. ปิแอร์ แกสลีย์ – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – +1 รอบ – กริด 9
  9. เซอร์จิโอ้ เปเรซ – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – +1 รอบ – กริด 17
  10. นิโค ฮูลเคนเบิร์ก – เรโนลต์ – +1 รอบ – กริด 15
  11. แลนซ์ สโตรล – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – +1 รอบ – กริด 12
  12. ดานีล คฟยาต – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – +1 รอบ – กริด 14
  13. แลนโด้ นอริส – แม็คลาเรน เรโนลต์ – +1 รอบ – กริด 8
  14. คิมี ไรค์โคเนน – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – +1 รอบ – กริด 13
  15. โรมัง โกรส์ฌอง – ฮาส เฟอร์รารี – +1 รอบ – กริด 10
  16. อันโตนิโอ โจวินาซซี – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – +1 รอบ – กริด 11
  17. เควิน แม็กนุสเซน – ฮาส เฟอร์รารี – +1 รอบ – กริด 19
  18. จอร์จ รัสเซล – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – +2 รอบ – กริด 18
  19. โรเบิร์ต คูบิคซ่า – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – +2 รอบ – กริด 20 (พิทเลน)
  • DNF – แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น – เรดบูลล์ ฮอนด้า – รอบที่ 14 – เสียหายจากอุบัติเหตุ – กริด 5
  • เวลาต่อรอบเร็วที่สุด – ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส – 1.30.983 – รอบที่ 45

คะแนนสะสมประเภทนักขับ

  1. ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส – 338
  2. วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – 274
  3. ชาร์ล เลอแคลร์ – เฟอร์รารี – 221
  4. แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 212
  5. เซบาสเตียน เวทเทล – เฟอร์รารี – 212
  6. คาร์ลอส ซายน์ – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 76
  7. ปิแอร์ แกสลีย์ – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 73
  8. อเล็กซานเดอร์ อัลบอน – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 64
  9. แดเนียล ริคคิอาร์โด – เรโนลต์ – 42
  10. นิโค ฮูลเคนเบิร์ก – เรโนลต์ – 35
  11. เซอร์จิโอ้ เปเรซ – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 35
  12. แลนโด้ นอริส – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 35
  13. ดานีล คฟยาต – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 33
  14. คิมี ไรค์โคเนน – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 31
  15. เควิน แม็กนุสเซน – ฮาส เฟอร์รารี – 20
  16. แลนซ์ สโตรล – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 19
  17. โรมัง โกรส์ฌอง – ฮาส เฟอร์รารี – 8
  18. อันโตนิโอ โจวินาซซี – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 4
  19. โรเบิร์ต คูบิคซ่า – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – 1
  20. จอร์จ รัสเซล – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส

คะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต

  1. เมอร์เซเดส – 612
  2. เฟอร์รารี – 433
  3. เรดบูลล์ ฮอนด้า – 323
  4. แม็คลาเรน เรโนลต์ – 111
  5. เรโนลต์ – 77
  6. โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 59
  7. เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 54
  8. อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 35
  9. ฮาส เฟอร์รารี – 28
  10. วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – 1

ที่มา :
•  autosport.com.
•  espnf1.com.


ผลการแข่งขันฤดูกาล 2019

●   สนามที่ 01 : Australian GP : บ็อตตาสเชือดคู่แข่งทุกคนเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก.
●   สนามที่ 02 : Bahrain GP : แฮมิลตันคว้าชัยแบบส้มหล่น หลังเลอแคลร์มีปัญหา.
●   สนามที่ 03 : Chinese GP : แฮมิลตันคว้าชัย พร้อมพาเมอร์เซเดสจบ 1-2.
●   สนามที่ 04 : Azerbaijan GP : บ็อตตาส/แฮมิลตัน กวาด 1-2 เป็นสนามที่ 4.
●   สนามที่ 05 : Spanish GP : แฮมิลตัน/บ็อตตาส เข้าเส้นชัย 1-2 เป็นสนามที่ 5.
●   สนามที่ 06 : Monaco GP 2019 : แฮมิลตันรอดการจู่โจมอย่างหนัก.
●   สนามที่ 07 : Canadian GP : เวทเทลต้องปล่อยชัยชนะแรกของฤดูกาล.
●   สนามที่ 08 : French GP : แฮมิลตันนำตั้งแต่โพลจนกระทั่งถึงเส้นชัย.
●   สนามที่ 09 : Austrian GP : เรดบูลล์หยุดสถิติชนะต่อเนื่องของเมอร์เซเดส.
●   สนามที่ 10 : British GP : แฮมิลตันทำสถิติเป็นผู้ชนะสูงสุดคนใหม่ในรายการ.
●   สนามที่ 11 : German GP : เมอร์เซเดสพบกับฝันร้ายเป็นครั้งแรก.
●   สนามที่ 12 : Hungarian GP : แฮมิลตันแย่งแชมป์จากมือเวอร์สแท็พเพ่น.
●   สนามที่ 13 : Belgian GP : เลอแคลร์ คว้าชัยแรกให้ตัวเองและเฟอร์รารี.
●   สนามที่ 14 : Italian GP : เลอแคลร์โชว์ฟอร์มเหนือ รั้งคู่หูเมอร์เซเดส.
●   สนามที่ 15 : Singapore GP : เวทเทล คว้าชัยชนะแรกในรอบ 1 ปีกว่า.
●   สนามที่ 16 : Russian GP : แฮมิลตันคว้าชัย เฟอร์รารี่วุ่นกับทีมออเดอร์.
●   สนามที่ 17 : Japanese GP : บ็อตตาสช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ 6 สมัย.

Drunk Dont Drive