ย้อนดูนักแข่ง Formula 1 ที่เคยถูกสับเปลี่ยนทีมระหว่างฤดูกาล
September 19, 2019
Motortrivia Team (5215 articles)

ย้อนดูนักแข่ง Formula 1 ที่เคยถูกสับเปลี่ยนทีมระหว่างฤดูกาล

Posted by : FascinatorFJ

●   เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เรดบูลล์ได้สร้างกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นบนโลกโซเชียล เมื่อพวกเขาประกาศให้ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน และ ปิแอร์ แกสลีย์ นักขับภายใต้สังกัด สลับที่นั่งกัน ตั้งแต่รายการเบลเยียนกรังด์ปรีซ์ 2019 เป็นต้นไป

●   แต่นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่นักแข่งถูกสับเปลี่ยนที่นั่งกันระหว่างฤดูกาล เมื่อเราลองมองย้อนกลับไปในอดีต การสับเปลี่ยนที่นั่งในวงการ F1 นั้นถือว่าค่อนข้างปกติทีเดียว และเหล่านี้คือการสับเปลี่ยนครั้งใหญ่ๆ ที่เราน่าจะจดจำกันได้

จิอันคาร์โล ฟิซิเคลล่า – ฟอร์ซอินเดีย ไป เฟอร์รารี, 2009

●   เฟอร์รารีต้องพบเจอกับการควานหานักขับมาเข้าสังกัดระหว่างฤดูกาลในปี 2009 เมื่อ เฟลิเป้ มาสซ่า นั้นเกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่ฮังการี และไม่สามารถกลับมาลงแข่งขันได้อีกตลอดฤดูกาลที่เหลือ ในเบื้องต้นนั้นเฟอร์รารีเรียกใช้นักขับทดสอบที่อยู่กับทีมมานานอย่าง ลูก้า บาดัวร์ เพราะเขารู้จักรถเป็นอย่างดีและจะได้ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับทีมมากนัก แต่ผลที่ได้กลับน่าผิดหวังเป็นอย่างมาก บาดัวร์ควอลิฟายได้อันดับสุดท้ายทั้งที่บาเลนเซียและสปา-ฟรองคอร์ชอมป์ ในขณะที่ คิมี ไรค์โคเนน พาเฟอร์รารีคว้าชัยครั้งแรกของฤดูกาลได้

●   ความอดทนของค่ายม้าลำพองนั้นมีจำกัด เมื่อถึงสนามต่อไปที่มอนซ่า พวกเขาจึงได้ดึงตัว จิอันคาร์โล ฟิซิเคลล่า นักแข่งฟอร์ซอินเดียที่คว้าโพลครั้งแรกให้กับต้นสังกัดและขึ้นโพเดียมที่สปา มาแทนที่บาดัวร์ในสนามประเทศบ้านเกิด มันเหมือนฝันที่ถูกเติมเต็มของนักแข่งอิตาเลียนกับการได้มาขับให้กับเฟอร์รารี เขาได้ขับไปตลอดอีก 5 สนามที่เหลือของฤดูกาล แต่ผลงานที่ดีที่สุดนั้นเขาทำได้เพียงอันดับ 9 ในมอนซ่า และเขาก็ได้อำลาวงการไปอย่างเงียบๆ หลังสิ้นสุดฤดูกาล

ยาร์โน ทรูลลี – เรโนลต์ ไป โตโยต้า, 2004 และ มินาร์ดี้ ไป พรอสต์, 1997

●   ยาร์โน ทรูลลี นั้นมีโอกาสได้สับเปลี่ยนที่นั่งตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เขาลงแข่งขัน F1 นักแข่งอิตาเลียนนั้นเป็นนักขับมือ 2 ของมินาร์ดี้ และทำผลงานได้ดีเกิดคาดกับ 6 สนามแรกของฤดูกาล 1997 นั่นทำให้เมื่อนักแข่งทีมพรอสต์อย่าง โอลิวิเยร์ พานิส เกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนขาหักที่แคนาดา ทรูลลีนั้นก็ได้ถูกดึงตัวเข้ามา และเขาไม่รอช้าที่จะเก็บแต้ม (ซึ่งในตอนนั้นมีเพียง 6 อันดับแรก ที่จะได้รับ) ให้กับทีมเพียงแค่สนามที่ 3 ที่เขาได้ขับให้ และยังมีโอกาสขึ้นนำการแข่งขันที่ออสเตรียอีกด้วย ก่อนที่เครื่องยนต์ของเขานั้นจะพัง ทำให้หมดสิทธิที่จะเห็นเขาทำอะไรได้ในวันนั้น

●   ในปี 2004 ทรูลลีนั้นกลายเป็นมือเก๋าประจำกริด ด้วยประสบการณ์กว่า 7 ฤดูกาล และมากกว่า 100 กรังด์ปรีซ์ ภายใต้เข็มขัดของเขา เขาเริ่มต้นปีกับเรโนลต์ ทีมที่เขาเข้าร่วมตั้งแต่ปี 2002 และเฉิดฉายทีเดียว เขาคว้าชัยชนะครั้งแรกและครั้งเดียวในอาชีพของเขาได้ที่โมนาโค และนั่นคือจุดสูงสุดที่เขาได้ยืนในปี 2004 หลังจากนั้นสถานการณ์ต่างๆ เริ่มแย่ลงเป็นลำดับ ความสัมพันธ์ภายในทีมของเขาตึงเครียดและมาถึงจุดสูงสุดที่ฝรั่งเศส เมื่อเขาสูญเสียตำแหน่งบนโพเดียมไปในโค้งสุดท้ายของรอบสุดท้ายในการแข่งขัน และภายในเดือนเดียวกันนั้นเอง นักแข่งอิตาเลียนก็ประกาศว่าเขาจะย้ายทีมหลังสิ้นสุดฤดูกาล แต่ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เรโนลต์และทรูลลีได้แยกทางกันก่อนจบฤดูกาล 3 สนาม นักแข่งอิตาเลียนหายตัวไปจากกริด 1 สนาม ก่อนที่สนามถัดมาเขาจะมาปรากฏตัวบนกริดอีกครั้งในชุดแข่งของโตโยต้า

ไฮนซ์-ฮารัลด์ เฟรนท์เซน และ ฌอง อเลซี – จอร์แดน และ พรอสต์, 2001

●   กรณีการสลับที่นั่งโดยตรงแบบ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน และ ปิแอร์ แกสลีย์ แต่เป็นระหว่างทีมก็เคยมีมาแล้ว และกรณีนั้นเกิดขึ้นกับ ไฮนซ์-ฮารัลด์ เฟรนท์เซน และ ฌอง อเลซี

●   เฟรนท์เซนนั้นถูกเด็ดปีกกลางอากาศก่อนการแข่งขันที่บ้านเกิดของตัวเอง ทีมจอร์แดนต้นสังกัดได้ตัดสินใจปลดเขาและดัน ริคาร์โด ซอนต้า เข้ามาแทน และหลังจากนั้นอีก 1 สนาม เอ็ดดี้ จอร์แดน ก็ได้ไปตามตัว ฌอง อเลซี ซึ่งสังกัดอยู่กับพรอสต์ ให้มาลงเก้าอี้ของทีมจนจบฤดูกาล อแลง พรอสต์ เจ้าของทีมพรอสต์นั้นยินยอมให้อเลซีออกจากทีมไปแต่โดยดี อย่างไรก็ตามทีมของเขาก็เกิดที่นั่งว่างขึ้น และนั่นทำให้เขาไปตามตัวเฟรนท์เซนที่ถูกปลดออกให้มาขับแทนนั่นเอง

มิก้า ซาโล – BAR ไป เฟอร์รารี, 1999

●   จริงๆ แล้ว มิก้า ซาโล ไม่ใช่นักแข่งตัวจริงในฤดูกาลนั้นเสียด้วยซ้ำ แต่เขาถูกดึงตัวเข้ามาช่วยทีมแข่งถึง 2 ทีม จากสถานการณ์ที่คล้ายๆ กัน และสำหรับเฟอร์รารี นั่นทำให้เขาเก็บโพเดียมได้ 2 ครั้ง ซึ่งเป็นเพียง 2 ครั้ง ตลอดการเป็นนักแข่ง F1 ของเขา

●   แรกเริ่มนักแข่งฟินน์ถูกเรียกตัวจาก BAR ให้มาแทนที่ ริคาร์โด ซอนต้า ที่บาดเจ็บส่วนเท้าจากอุบัติเหตุที่บราซิล เขาเข้ามาขับได้ 3 สนาม ซอนต้าก็กลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้ง แต่หลังจากนั้นโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่าก็มาถึง เมื่อ มิคาเอล ชูมัคเกอร์ ขาหักจากอุบัติเหตุในรายการบริติชกรังด์ปรีซ์ เฟอร์รารีเรียกตัวซาโลเข้ามาช่วยทำหน้าที่เก็บคะแนนให้กับทีม และนักแข่งฟินน์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเพียงสนามที่ 2 ที่เขาลงแข่งขันภายใต้เสื้อม้าลำพอง เจ้าตัวควอลิฟายได้ดีกว่า เอ็ดดี้ เออร์ไวน์ และนำการแข่งขันอยู่ ก่อนที่จะต้องปล่อยให้เออร์ไวน์ขึ้นแซงไปจากสถานการณ์ที่นักแข่งสหราชอาณาจักรฯ กำลังลุ้นแชมป์โลกกับ มิก้า ฮัคคิเนน แห่งทีมแม็คลาเรน

●   ซาโลก็เก็บโพเดียมได้อีกครั้งที่สนามมอนซ่า ก่อนที่ชูมัคเกอร์จะกลับมาแข่งขันได้ใน 2 สนามต่อมา

เจเจ เลห์โต้ และ อันเดร เดอ เชซาลิส – เซาเบอร์, 1994

●   ทั้ง เจเจ เลห์โต้ และ อันเดร เดอ เชซาลิส ต่างปรากฏตัวบนกริดในสนามที่ 3 ของฤดูกาล เลห์โต้นั้นมีปัญหาบาดเจ็บที่คอในขณะทดสอบรถ ส่วน เดอ เชซาลิส ถูกดึงตัวเข้ามาแทนที่ เอ็ดดี้ เออร์ไวน์ ซึ่งถูกลงโทษแบน 3 สนาม จากบราซิล เออร์ไวน์นั้นกลับมาลงแข่งได้ในสนามที่ 5 ทำให้ เดอ เชซาลิส ต้องกลับไปเป็นผู้ชมข้างแทร็ค แต่แล้วโอกาสของนักแข่งอิตาเลียนก็มาอีกครั้ง คาร์ล เวนด์ลิงเจอร์ เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นโคม่าในการซ้อมที่โมนาโค เดอ เชซาลิส จึงถูกดึงเข้าเซาเบอร์เพื่อมาลงแทนนักแข่งออสเตรียนที่บาดเจ็บสาหัส

●   เดอ เชซาลิส อยู่กับเซาเบอร์เป็นเวลา 9 สนาม เวนด์ลิงเจอร์ก็หายจากอาการบาดเจ็บและเตรียมพร้อมที่จะกลับมาลงแข่งขัน เมื่อเห็นอย่างนั้นนักแข่งอิตาเลียนจึงได้ตัดสินใจไปพักร้อน อย่างไรก็ตามเวนด์ลิงเจอร์ลงทดสอบรถและแสดงให้เห็นว่าคอของเขายังไม่แข็งแรงพอที่จะขับต่อได้ และทางทีมก็ไม่สามารถติดต่อ เดอ เชซาลิส ได้ เซาเบอร์จึงได้ไปตามตัวเลห์โต้มาขับให้ใน 2 สนามที่เหลือ

โรเบอร์โต โมเรโน – เบเนตอง, จอร์แดน และ มินาร์ดี้, 1991

●   ยิ่งกว่าเก้าอี้ดนตรีเสียอีกสำหรับ โรเบอร์โต โมเรโน เขามีการย้ายทีมถึง 3 ทีม ในฤดูกาล 1991 โดยเริ่มแรกนั้นเขาอยู่กับเบเนตอง แต่แล้ว ฟลาวิโอ บริอาตอเร่ ทีมบอส ไปเจรจาขอดึงตัวดาวรุ่งในขณะนั้นนามว่า มิคาเอล ชูมัคเกอร์ ซึ่งทำผลงานเป็นที่น่าพอใจในเบลเยียมกับจอร์แดน เมื่อชูมัคเกอร์เข้ามาในทีมคู่กับ เนลสัน ปิเกต์, โมเรโนเลยต้องระหกระเหินออกจากทีมไป ซึ่งเขาก็ได้ไปลงที่จอร์แดนที่กำลังว่างเพราะชูมัคเกอร์ย้ายออกไปนั่นเอง

●   นักแข่งบราซิเลียนอยู่กับจอร์แดนจนถึงสนามที่สเปน เขาก็ถูกแทนที่อีกครั้ง คราวนี้เป็น อเลสซานโดร ซานาร์ดี้ ที่มาแทนที่เขา โมเรโนต้องระหกระเหินอีกครั้ง จนกระทั่งถึงสนามสุดท้ายที่ออสเตรเลียก็เกิดเก้าอี้ว่างขึ้นที่มินาร์ดี้ ซึ่งเก้าอี้ว่างนี้เกิดจากผลกระทบของเหตุการณ์ที่ อแลง พรอสต์ โดนปลดออกจากเฟอร์รารี

แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น และ ดานีล คฟยาต – เรดบูลล์ และ โทโรรอสโซ, 2016

●   มาถึงการสลับเก้าอี้ที่เป็นที่โจษจันที่สุดในยุคปัจจุบัน เมื่อเจ้าหนูวัย 17 ปี นามว่า แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น ได้เดบิวต์กับโทโรรอสโซในปี 2015 ในตอนนั้นเวอร์สแท็พเพ่นยังไม่มีใบอนุญาตขับแข่งเสียด้วยซ้ำ แต่เรดบูลล์ก็ช่วยดำเนินการต่างๆ เพื่อให้เจ้าหนูชาวดัตช์สามารถลงแข่งได้อย่างปกติและพร้อมที่สุด

●   การมาของเวอร์สแท็พเพ่นไม่เพียงแต่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการ มันยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎต่างๆ มากมาย ซึ่งถึงแม้ว่านักแข่งวัย 17 ปี จะสามารถทำผลงานจนพ้นข้อครหาในด้านฝีมือทุกอย่าง แต่ FIA ก็ได้เข้มงวดกับการเข้ามาวงการของนักแข่งรุ่นเยาว์นับจากนั้นเป็นต้นมา

●   ในด้านฝีมือนั้น เวอร์สแท็พเพ่นได้แสดงลีลาการขับที่เป็นที่ชื่นชอบและน่าชื่นชม เมื่อสบโอกาสเหมาะในตอนที่คยฟาตทำพลาดชนท้าย เซบาสเตียน เวทเทล อดีตนักแข่งสังกัดเรดบูลล์ที่ย้ายไปอยู่เฟอร์รารี ในสนามที่ 4 ของปี 2016 คริสเตียน ฮอร์เนอร์ ทีมบอสเรดบูลล์ ก็ได้โปรโมตเวอร์สแท็พเพ่นขึ้นมาแทนที่ และสลับคฟยาตลงไปขับโทโรรอสโซแทน และเวอร์สแท็พเพ่นก็สร้างผลงานอันน่าเหลือเชื่ออีกครั้งด้วยการคว้าชัยชนะทันทีในสนามที่ถูกโปรโมต ถึงแม้ว่าจะมีโชคช่วยบ้างจากการที่สนามนั้นคู่หูเมอร์เซเดสชนกันเองออกจากการแข่งขัน

●   ทางด้านคฟยาตหลังจากที่ถูกดรอปลงไปขับทีมเล็ก ผลงานของเขาก็ดรอปลงไปตาม เขายังคงอยู่กับโทโรรอสโซในปี 2017 แต่ก็ถูกแทนที่ด้วย ปิแอร์ แกสลีย์ นักแข่งดีกรีแชมป์โลก GP2 ที่มาเลเซียและญี่ปุ่น นักแข่งรัสเซียนกลับมาอีกครั้งในสนามอเมริกาแทนที่ คาร์ลอส ซายน์ ซึ่งได้ย้ายไปอยู่กับเรโนลต์ แต่ก็ถูกปลดไปเป็นผู้ชมข้างสนามอีกครั้งหลังจากนั้น โดย เบรนดัน ฮาร์ทลีย์ ได้เข้ามาแทน

●   ในปี 2019 แกสลีย์ต้องพบเจอกับสถานการณ์เดียวกันกับที่คฟยาตเจอ ในคราวนี้ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน ได้ถูกดันขึ้นไปยังทีมใหญ่และสลับเอาตัวเขาลงมาขับคู่กับคฟยาตในโทโรรอสโซ นับตั้งแต่ที่เบลเยียมเป็นต้นมา ดูแล้วชีวิตนักแข่งของเรดบูลล์นี่ตื่นเต้นต้องลุ้นไม่น้อยเลยทีเดียว

คาร์ลอส ซายน์ – โทโรรอสโซ ไป เรโนลต์, 2017

●   แล้วก็มาถึงคนสุดท้ายในลิสต์ของเรา คาร์ลอส ซายน์ นั้นจะได้ไปแทนที่ โจลีออน พาลเมอร์ ในเรโนลต์ ปี 2018 เป็นที่แน่นอน อย่างไรก็ตามดีลนี้เกิดขึ้นไวกว่าที่คิด และซายน์นั้นได้ย้ายไปเรโนลต์ตั้งแต่ 4 สนาม ก่อนจบปี 2017

●   พาลเมอร์นั้นทุลักทุเลเป็นอย่างมากในปี 2017 เขาเก็บแต้มได้เพียงสนามเดียวที่สิงคโปร์ และถูกทำผลงานเหนือกว่าจาก นิโค ฮูลเคนเบิร์ก อย่างชัดเจน นั่นทำให้เรโนลต์ตัดสินใจดึงตัวซายน์มาเข้าร่วมทีมเร็วกว่ากำหนด และก็เป็นที่ต้องการของซายน์ด้วยเช่นกัน เพราะเรดบูลล์นั้นมี แดเนียล ริคคิอาร์โด กับ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น ที่ฝีมือดีทั้งคู่ และไม่มีทีท่าว่าเรดบูลล์ต้องการที่จะเปลี่ยนตัวนักขับทั้งสอง ซึ่งทำให้ซายน์หมดโอกาสที่จะขึ้นเรดบูลล์สังกัดใหญ่ไปโดยปริยาย  ●

ที่มา :
•  www.formula1.com.


แนะนำ : เรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวง F1

●   นักแข่ง Formula 1 ที่เคยถูกสับเปลี่ยนทีมระหว่างฤดูกาล.
●   6 ครั้งที่ทีมแข่ง Formula 1 ฟื้นฟอร์มจากสภาพย่ำแย่สุดกู่.
●   Max Verstappen กำลังมุ่งหน้าไปสู่สถิติที่ไม่น่าพิสมัย.
●   10 ความเห็นสุดเผ็ดเกี่ยวกับ F1 ของ Jacques Villeneuve.
●   7 ไอเดียบ้าๆ ที่ Bernie Ecclestone เคยเสนอเพื่อปรับปรุง F1.
●   ตามหาสิ่งที่แตกต่างระหว่างนักขับ Formula 1 โดยเบรมโบ้.
●   ปากต่อปาก เรื่องของ Kimi Räikkönen กับการขับ F1 ครั้งแรก.
●   ใครเป็นรายต่อไป? อดีตลูกหลานนักแข่ง F1 ที่จะเจริญรอยตามพ่อ.
●   11 สถิติใน Formula 1 ที่สุ่มเสี่ยงจะถูกทำลายในปี 2019.
●   ทีมเมท/คู่แข่ง F1 ฤดูกาล 2019 ใครจะก้าวออกมาเหนือกว่า?.
●   ทุกๆ สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการทดสอบรถ Formula 1.
●   4 ความท้าทายที่รอ Robert Kubica ใน F1 ฤดูกาล 2019.
●   Formula 1 กับการย้ายทีมช็อคโลก! อันเป็นที่โจษจัน.
●   9 ข้อเท็จจริงและสถิติอันน่าประหลาดใน Formula 1 ปี 2018.
●   สัปดาห์ Senna และ 10 โมเมนต์ที่ไม่อาจลืมของ Ayrton Senna.
●   สัมภาษณ์พิเศษ Ron Dennis… 20 ปีการจากไปของ Senna.

Drunk Dont Drive